วันพุธที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ปั่นรอบเกาะสิงคโปร์ ไม่ถึง 150 กม.

ดูของคนอื่นไว้เป็นแรงบันดาลใจ เดี๋ยวไปบ้าง^^


SiNGaPORE "150KM" ปั่นจักรยานหลง .. รอบประเทศ .. แบบนี้ก็ได้หลอออ !!

ภารกิจปั่นพิชิตรอบเกาะสิงค์โปร์ 146 กิโลเมตร ของหนุ่ย พงศ์สุข

สุดมันส์ปั่นจักรยานรอบเกาะสิงค์โปร์ ทะลุสุสาน 2 แห่ง จ๊ากกกก!!

วันอาทิตย์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2559

ความแตกต่างของล้อ 20 นิ้ว ระหว่าง ล้อ 451 กับ ล้อ 406

เวลาซื้อรถพับ ล้อ 20 นิ้ว มักจะมีขนาดล้อ 2 อย่าง ต่างกันในแต่ละยี่ห้อ มาดูความแตกต่าง

ประเภทล้อ 451 406 หมายเหตุ
เส้นผ่านศูนย์กลาง 451 mm. 406 mm. 1 นิ้ว=25.4 mm.
ขนาดวงล้อ ใหญ่กว่า เล็กกว่า ต่างกันประมาณ 2 นิ้ว
ขนาดยาง 20x1 1/8 (เลขข้างหลังจะเป็นเศษส่วน) 20x1.25 หรือ 20x1.50 (เลขข้างหลังจะเป็นจุดทศนิยม)
หน้ายาง ส่วนใหญ่จะมีแต่แคบๆ มีให้เลือกเยอะกว่า
เปรียบเทียบรับรถใหญ่ เหมือนล้อเสือหมอบ เหมือนล้อเสือภูเขา



รถทั่วๆไป ถ้าบอกว่า ล้อ20นิ้ว มักจะหมายถึงล้อ 406

ตามธรรมดาของรถล้อใหญ่กว่า จะวิ่งไหลได้มากกว่าล้่อเล็กครับ แรงสั่นสะเทือนน้อยกว่า
แต่ข้อเสียของล้อโตก็มีนะครับ ความคล่องตัวน้อยกว่า เวลาพับแล้วเก็บในท้ายรถก็จะใหญ่กว่าเดิมนิดนึง ยางจะมีให้เลือกน้อยกว่า 406

วันเสาร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2559

บางกะเจ้ารอบนอก ผ่านทุกจุดไฮไลท์!

ทริปนี้เราเอาจักรยานใส่รถยนต์ไปจอดรถที่สวนสุขภาพลัดโพธิ์(ถ้ามีจัดงาน/ที่จอดรถเต็ม ให้ไปจอดที่วัดทรงธรรม ใกล้ๆกัน) จอดด้านนอกบางกะเจ้า จะได้ปั่นแบบวนรอบเกาะเลย เอาจักรยานลงมาจัดแจงเสร็จก็ปั่นข้ามสะพานคลองลัดโพธิ์ไปเกาะบางกะเจ้า ปอดของกรุงทพที่วันนี้ขยายไปเป็นปอดของเอเชียแล้ว

ปั่นถนนหลักไปไม่นาน ขวามือเจอซอยเพชรหึงษ์ 10 หรือซอยวัดจากแดง เข้าไปเลย เราไม่ปั่นถนนหลัก รถเยอะเกิน เข้าซอยไปนิดเดียวมีซอยย่อยซ้ายมือไปสวนสาธารณะ เข้าไปจนถึงป้ายสวน เลี้ยวซ้าย  ตรงไปทะลุเรือนเพาะชำ ต่อไปจะสุดทางลาดยาง เข้าทางดินรกๆ ข้ามสะพานไม้(ตอนนี้สร้างใหม่แล้ว แข็งแรง) ผ่านหน้าบ้านคน ไปบนทางปูนแตกๆ ช่วงนี้ไม่ไหวก็เข็นเอานะ^^ ทางลำบากจะมีแค่นี้ แค่ 1 กม. แล้วจะต่อด้วยทางปูนดีๆหน่อยแต่ไม่มีราวกั้น^^ ช่วงก่อนถึงวัดบางกระสอบมีโบสถ์เก่าสมัยรัชกาลที่ 4 สวยงามคลาสสิคมาก

ออกจากวัดตามถนนไป มองขวามือมีทางปูน เดี๋ยวนี้ดูง่ายเพราะจะมีราวเหลืองแดง เข้าทางปูนเป็นวิวสวนหมากสวนมะพร้าวสวยงาม ตรงไปถึงตัว T ก็เลี้ยวขวา ทะลุอีกทีออกถนนใหญ่เลี้ยวขวาไปชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยา แต่เป็นทางตัน ต้องกลับทางเดิม ผ่านหมู่บ้านหิ่งห้อย ใครจะทำกิจกรรมก็สามารถติดต่อขอมัคคุเทศก์น้อยมาบรรยายเกี่ยวกับหิ่งห้อยได้ เลยหิ่งห้อยก็เข้าซอยทางขวา เป็นซอยใหญ่มีทางปูนรั้วเหลืองแดงยกสูงอยู่ด้านในซอยด้านขวามืออีกรอบ

ต่อไปก็เป็นทางลาดยางในซอยมีป้ายรูปจักรยานบอกว่าควรปั่นไปทางไหน ทะลุอีกทีเลี้ยวซ้ายไปหาอะไรกินที่ตลาดน้ำบางน้ำผึ้งก่อน ตลาดใหญ่ ของกินเยอะ เสียเวลาที่นี่เป็นชั่วโมงแน่ จอดจักรยานไว้ที่เต๊นท์ในลาดจอดรถยนต์ มีพนักงานที่คอยจัดการรถยนต์จอดช่วยดูให้ ที่นี่เขายินดีต้อนรับจักรยาน ด้านหน้าตลาดจะมีร้านจักรยานให้เช่า

อิ่มหนำสำราญออกจากตลาดทางเดิม จะปั่นไปถ่ายรูปกับทางจักรยานลายดอกไม้ วนซ้าย จนเห็นสะพานข้ามคลองบางน้ำผึ้ง เข้าซอยขวามือ เข้าซอยไปนิดเดียวจะเจอซอยแยกด้านซ้าย ซึ่งต้นไม้รกๆหน่อย เข้าไปจะทะลุทางปูนริมคลอง มีลวดลายสวยงาม 1 แถวช่วงโค้งที่มีลายดอกไม้ ขวามือมีทางตัวหนอนเข้าไปเลย จะทะลุซอยที่เราเข้ามาเมื่อกี๊ เลี้ยวซ้าย ขวา ซ้าย ก็จะเจอทางลายดอกไม้ 2 ทะลุซอยไปด้านหลังเลี้ยวขวาขึ้นทางปูน เลี้ยวซ้าย ไปเรื่อยๆจะเจอสะพานข้ามคลองสูงๆ มีป้ายบอกทางเลาะไปออกบ้านธูป

ที่บ้านธูปเขารับทำกิจกรรม ถ้าเรามาเป็นกลุ่มนะ ก็ติดต่อไว้ก่อน ป้าแป๊ด โทร 086-569-1650 ที่ติดใจก็ทำผ้ามัดย้อม ออกมาแล้วสีสวยดี คิดราคาตามผ้าที่เราทำ ผ้าเช็ดหน้าผืนเล็ก 60 ใหญ่ 80 เสื้อกล้าม 100 ทำเสร็จก็ตากให้แห้งแล้วเอาไปตากต่อที่บ้าน ใช้เวลาที่นี่ประมาณ 40 นาที แล้วก็วนออกทางปูนหลังบ้าน ทะลุร้านกาแฟพบรัก และโรงแรม Bangkok Tree House อันงดงาม จูงจักรยานเข้าไปถ่ายรูปในโรงแรมได้ มีน้ำกับอาหารขายนะ แต่ราคาก็ราคาอาหารโรงแรมนะ^^

ออกจาก Bangkok Tree House วนขวาไปออกวัดบางน้ำผึ้งนอก ที่นี่เป็นท่าเรือข้ามไปมากับวัดบางนานอก ฝั่งบางนา ข้ามได้ทั้งคนทั้งจักรยานทั้งมอเตอร์ไซค์ ออกจากวัดก็ปั่นยาวๆบนถนนใหญ่แล้ว ไปจนถึงพิพิธภัณฑ์ปลากัด ใครจะเข้าชมก็เข้า ไม่เข้าก็เลี้ยวซ้ายไปสวนศรีนครเขื่อนขันธ์ จุดเช็กอินคือหอดูนกอยู่ด้านในสุด ปั่นวนซ้ายรอบนอกไปเรื่อยก็เจอ เป็นจุดยอดฮิต จะเห็นคนปั่นไปที่นี่เยอะๆ ก็เข้าคิวกันนอนถ่ายรูปบนพื้นไม้ ตากล้องต้องปีนบันไดขึ้นไปบนหอดูนก ถ่ายเสร็จรีบออก คนอื่นจะได้ถ่ายต่อ

ออกจากสวนศรีนครเขื่อนขันธ์ ถ้าแดดยังไม่ร้อนมาก ก็วนต่อให้ครบรอบ ออกจากสวนเลี้ยวขวา แล้วเลี๊ยวซ้ายตรงสี่แยกมุ่งไปจนทางตันที่ท่าเรือ ด้านซ้ายมือมีซอกเล็กๆเป็นทางปูนในชุมชน ปั่นเข้าไปเลย ข้างในวกวนพอสมควร ถ้ากลัวหลงก็ถามชาวบ้านเอา เป็นทางปูนที่แคบกว่าขามา แม่น้ำอยู่ขวามือเราก็พยายามปั่นชิดขวาไปเรื่อยๆ ก็จะไปออกวัดบางกระเจ้านอก นั่งชมวิวฝั่งกรุงเทพใต้ต้นมะขามริมแม่น้ำ ลมเย็นๆพัด ชิลเกิ๊น!

ใกล้สุดทางลัดเลาะแล้ว ออกจากวัดมานิดหน่อยมีทางปูนในซอกทางขวามือเลาะไปออกซอยเพชรหึงษ์ 25 เป็นซอยสุดท้ายที่เลาะได้ ก็จะไปออกถนนใหญ่ เป็นตอนเที่ยงๆบ่ายๆ รถเยอะหน่อย ปั่นชิดซ้ายระวังๆ ปั่นถนนใหญ่กลับสวนสุขภาพลัดโพธิ์

ใครใช้ app endomondo ก็สามารถตาม route ได้เลย
https://www.endomondo.com/routes/782879070

ถ้าหลงทาง หรือไม่แน่ในว่าทางนี้มันไปได้ไหม ถามชาวบ้านได้เลย ชาวบ้านใจดี แต่มีข้อควรระวังนิดนึง ควรไปเป็นกลุ่มหลายๆคนหน่อย สัก 4-5 คนขึ้นไป เพราะหลายบ้าน หมาดุมาก!

วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

วนรอบพุทธมณฑล-ชมสวนทรงคนอง-ไหว้พระวัดไร่ขิง-ช็อปปิ้งตลาดดอนหวาย (40 กม.)

เคยปั่นเส้นทางพุทธมณฑล-ตลาดดอนหวายแล้ว อันนั้นแค่ 16 กม. ทริปนี้เลยขอวนออกไปไกลอีกนิด รวมตัวกันแถวๆลานจอดรถหน้าองค์พระ แล้วก็ออกนอกเขตพุทธมณฑลไปทางประตูหน้า วนซ้ายเลียบรั้วไป จะเจอซอยซ้ายมือติดกับอาณาเขตพุทธมณฑล เข้าไปเลย จะเป็นเหมือนอุโมงค์ต้นไม้ มีคลองอยู่ซ้ายมือ เป็นเส้นแบ่งอาณาเขตพุทธมณฑล
แผนที่เส้นทาง https://goo.gl/maps/ZyoRHpBwEvA2

ตรงไปจนถึงโค้งซ้ายมือ สังเกตทิศ 13 นาฬิกา จะมีสะพานปูนเล็กๆที่พอให้จักรยานและมอเตอร์ไซค์ข้ามไปได้(รถยนต์ออกไม่ได้) เข้าไปทางนั้นเลย จะเป็นทางเลียบคลอง ทุ่งนา และสวนกล้วยไม้

ตรงไปจะบรรจบกับถนนพุทธมณฑลสาย 5 ซึ่งเป็นถนนใหญ่ เราต้องข้ามไป ค่อยๆไปข้ามตรงจุดกลับรถ ข้ามไปแล้วก็ปั่นเส้นเลียบคลองเช่นเดิม ตรงไปจะทะลุหน้าตลาดน้ำวัดดอนหวายพอดี แต่ยังเช้าไป ร้านยังเปิดไม่เต็มที่ เราปั่นไปชมวิวก่อน อย่าเพิ่งเข้าตลาด เลี้ยวขวาไปก่อน เลี้ยวไปเลี้ยวมาตามถนนหลักไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอป้ายเข้าซอยซ้ายมือไปวัดทรงคนอง

ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน ขวามือจะมองเห็นวัดทรงคนอง ใครจะแวะพักก็ไปพักชมวิวที่ท่าน้ำวัดนี้ได้ แต่เส้นทางของเราคือให้เลี้ยวซ้าย จะเป็นเส้นทางปั่นชมสวน เขียวขจี สวนหมาก มะพร้าว ส้มโอ ฝรั่ง มีให้เห็นตลอดทาง วกไปวนมาชมวิวไปแบบไม่รู้สึกเหนื่อย จนเจอป้ายเลี้ยวซ้ายไปวัดไร่ขิง

จะผ่านตลาดนัดวัดไร่ขิงก่อน รถเยอะ ค่อยๆไป ข้ามสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีนอีกรอบ ขวามือคือวัดไร่ขิง แวะเข้าไปไหว้พระก่อน ในวัดนี้ก็มีของขายเยอะ ร้านอาหาร กาแฟ แต่เราอย่าเพิ่งกิน เพราะตามโปรแกรมเราจะไปจัดเต็มที่ตลาดดอนหวาย ซึ่งของกินเยอะกว่ามาก^^

ออกจากวัดตรงตามถนนหลักอย่างเดียว 5 กม.ก็ถึงวัดดอนหวาย อันเป็นที่ตั้งของตลาดน้ำดอนหวาย หรือเรียกสั้นๆว่าตลาดดอนหวาย เพราะส่วนใหญ่ตลาดอยู่บนบก จะมีเพียงแพร้านอาหารเท่านั้นที่อยู่ในน้ำ ก็หาข้าวกิน ช็อปปิ้งกันตามใจชอบ

ตรงข้ามตลาดดอนหวายคือทางเดิมเลียบคลองที่เราทะลุมาเมื่อเช้า ขากลับก็กลับทางนี้ ไปโผล่ต้องข้ามถนนพุทธมณฑลสาย 5 ขากลับข้ามง่ายหน่อย เพราะเราเลี้ยวซ้ายไปกลับรถใต้สะพานได้ แล้วก็เข้าถนนเลียบคลองเส้นเดิม ไปโผล่ทางปูนแคบๆข้ามเข้าไปเส้นอุโมงค์ต้นไม้รอบพุทฑมณฑลเหมือนเดิม เลี้ยวขวาเพื่อวนให้ครบรอบ

เป็นทางตรงยาว รถไม่ค่อยมี ใครอยากทำสปีดความเร็วเท่าไหร่ใส่ไปเลย จนสุดโค้งซ้ายไปทีนึง ไปสุดอีกทีก็ออกถนนใหญ่หน้าพุทธมณฑล เลี้ยวซ้ายตรงไปเรื่อยจนเจอทางเข้าพุทธมณฑล ใครเหนื่อยแล้วก็กลับไปองค์พระ ใครยังไม่เหนื่อยเราก็มีเส้นทางด้านในพุทธมณฑลให้วนไปปั่นเล่นอีก เส้นทางสวยงาม ต้นไม้เพียง ดงไผ่เป็นอุโมงค์เลย ใครหลงก็ลองดูป้ายหรือถามคนแถวนั้นว่าองค์พระไปทางไหน

เบ็ดเสร็จถ้าไม่วนเล่นด้านในพุทธมณฑลก็ 37 กม. ถ้าวนด้านในอีกก็ 40 นิดๆ ใครใช้ endomondo ก็ตามเส้นทางได้ที่
https://www.endomondo.com/routes/792547597

วันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

Drive to Ride แปดริ้ว Street Tour (15 กม.)

เวลาจะไปเที่ยวไหน เราก็จะมุ่งไปที่นั่น ไปถึงแล้วก็กลับ แต่ทริปนี้ไม่ใช่ เป็นการปั่นไปเรื่อยๆบนถนน เจออะไรน่าสนใจก็แวะ อยากเข้าซอยไหนเข้า เอาสถานที่สวยๆเป็นจุดเช็กอิน เน้นเที่ยวมากกว่าเน้นระยะทางปั่น เลยเป็นการเอาจักรยานใส่รถยนต์ไปจอดใกล้ๆ ถ้าจะขับรถเที่ยวระยะทางแค่นี้ขับๆจอดๆ หาที่จอดกันวุ่นวาย เดี๋ยวะจอทางวันเวย์ จะซอกแซกซอยเล็กก็ลำบาก และอีกปัญหาอีกอย่างของการขับรถเที่ยวคือเราอยู่ในแอร์มาตลอด พอถึงที่หมายสิ่งแรกที่เรารู้สึกคือ "ร้อนจัง" มันบั่นทอนความสวยงามของที่ที่เราจะเที่นว จะเดินเที่ยวมันก็ไกลไป คงต้องใช้เวลาทั้งวัน ปั่นจักรยานนี่แหละเหมาะที่สุด ปั่นบนถนนเราต้องร้อนอยู่แล้ว แต่แค่เจอเงาไม้เราก็เย็นแล้ว ไปถึงที่หมายเราจะได้โฟกัสกับความสวยงาม ไม่ต้องมาอารมณ์เสียกับอากาศ

วัดโสธรเคยมาหลายรอบ ปั่นมาจากกรุงเทพมันก็เหนื่อยเกินไปที่จะแวะดูโน่นโดูนี่ ทริปนี้เลยปั่นช้าๆดูสองข้างทางชัดๆ ดูซิว่าเมืองแปดริ้วจะมีอะไรบ้าง เส้นทางตามแผนที่ https://goo.gl/maps/hTf6m3uCQQ72 ระยะทางรวมปั่นแวะโน่นแวะนี่วนไปมาไม่ถึง 15 กม.

เริ่มต้นก็เอาจักรยานใส่รถขับมาจากบ้าน มุ่งหน้าตลาดบ้านใหม่ 100 ปี ใกล้ๆตลาดจะมีที่จอดรถฟรีใต้สะพานที่ทางเทศบาลเตรียมไว้ให้ หาที่ร่มๆจอดได้เลย เช้าๆที่จอดว่าง แล้วก็เอาจักรยานลงมาเตรียมไว้ให้พร้อม เราจะเริ่มปั่นจากที่นี่ไปวนในเมืองจนถึงวัดโสธรแล้ววนกลับมาหาอะไรกินในตลาดบ้านใหม่ตอนเที่ยงพอดี


เลี้ยวซ้ายออกมาปุ๊บเจอศาลเจ้าจีนที่มีชื่อไทยๆว่าวัดอุทัยภาติการาม สิ่งก่อสร้างแบบนี้แถวบ้านไม่มี แวะเข้าไปชมสักหน่อย

หน้าวัดจะมีคนคอยบริการนักท่องเที่ยวบอกว่าเข้าไปข้างในได้ โดยมีรายได้จากการขายธูปเทียน

ข้างในก็มีทั้งพระจีนพระไทย แล้วแต่ศรัทธา

ออกจากศาลเจ้าแรกก็มาเจออีกศาลเจ้า เป็นศาลเจ้าแม่กวนอิมลอยน้ำ ตามประวัติที่เขียนไว้บนฝาผนังบอกว่ามีคนแจ้งความว่าเจอศพผู้หญิงลอยน้ำ แต่พอตำรวจไปดูกลับเป็นรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมที่หนัก 40 กก.แต่ไม่จม

เข้าซอยตรงข้ามศาลเจ้า ปกติจะเลี้ยวขวาเข้าเมืองไปวัดโสธร วันนี้เลยเลี้ยวซ้าย^^ เจอโบสถ์คริสต์ในโรงเรียน เอ้า ไทย จีน ฝรั่ง มีครบ ข้างโรงเรียนมีชาพยอมหอมกรุ่น แก้วละ 25 บาท เอาไว้เป็นเชื้อเพลิงในการปั่น^^

เลยร้านชาก็เจอกำแพงกับดอกไม้สวยๆใช้เป็นฉากถ่ายรูปได้ฟรีๆ เห็นไหม นี่ถ้าขับรถมาจะมีใครคิดจะจอดรถลงมาถ่ายรูปไหม

ตามทางไปเรื่อยๆจะไปสุดปลายแหลมที่วัดแหลมใต้ โด่งดังเรื่องมวยไทย ไม่มีทางให้เลียบไม่น้ำไปต่อ เลยต้องย้อนกลับทางเดิม เริ่มตรงซอยตรงข้ามเจ้าแม่กวนอิมลอยน้ำอีกครั้ง

ข้ามสะพานมาเจอบ้านริมน้ำสวยดี ดูสงบ ร่มเย็น

มีคนเข็นรถขายของขึ้นสะพานมา ยังไม่ทันลงสะพานก็มีมอเตอร์ไซค์มาโบกขอซื้อ 

ข้างสะพานเป็นอาคารตลาดเก่าๆที่ออกแบบไว้สวยมาก ทางเข้าโค้งๆ กระจกสี มีช่องระบายอากาศอย่างดี 

ข้างในก็เป็นตลาดที่ขายของกิน สมัยก่อนน่าจะคึกคักเพราะอยู่ริมแม่น้ำ 

ของเล่นเด็กแนววินเทจจะเห็นได้หลายร้านในฉะเชิงเทรา ช่วงนี้คนกำลังโหยหายุค 90 กันอยู่ด้วย เหมาะที่จะมาเที่ยวแถวนี้

ที่เห็นจากบนสะพานนึกว่าเป็นบ้านคนนั้น พอมาดูใกล้ๆถึงได้รู้ว่าเป็นร้านอาหาร บรรยากาศดีมาก

วิวริมคลอง ตรงหน้าร้าน เห็นบรรยากาศบ้านชาวบ้านริมน้ำ

เจออะไรเก่าๆต้องถ่าย นี่ร้านก๋วยเตี๋ยวหมู หน้าทางเจ้าร้านบ้านไม้ริมน้ำ

นี่บรรยากาศในร้านบ้านไม้ริมน้ำ

หลังร้านอาหารบ้านไม้ริมน้ำ วิวสวยเลย มีซอยแคบๆให้เข้า

ก็จะไปเจอศาลเจ้าแม่กวนอิมเล็กๆอีกแห่งอยู่ริมน้ำ

ปั่นออกมาจะผ่านย่านการค้าเก่า ร้านค้าเก่าๆเพียบ ป้ายร้านแต่ละร้านนี่คลาสสิคมาก ดูวิวสองข้างทางไปเรื่อย เจออะไรสวยๆก็ถ่าย

แล้วจะไปทะบุตรงศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา อาคารสวยงาม สีเหลืองส้มอร่าม คลาสสิคจริงๆ แต่ปิด เข้าไม่ได้ 

แน่นอนเราไม่ได้สวยงามแค่สิ่งก่อสร้าง วิถีชีวิตผู้คนก็น่าสนใจไม่น้อย

ทุกจังหวัดต้องมีหอนาฬิกา ควรค่าแก่การถ่ายไว้ เพราะไม่เหมือนกันสักจังหวัด

ถัดจากศาลจังหวัดมา ฝั่งขวาจะผ่านสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ อาคารทรงเก่าปรับปรุงใหม่ทาสีเหลืองๆสวยงามมาก ฝั่งซ้ายจะเป็นแม่น้ำบางปะกง

ปั่นลอดใต้สะพานก็อย่าได้พลาดกับวิวช่องสี่เหลี่ยมซ้อนๆกันหลายชั้น (ปรับค่า f ในกล้องสูงๆหน่อย จะได้เห็นฉากหลังชัดๆ อันนี้ f ต่ำไป ฉากหลังเลยเบลอ)

ริมถนนฝั่งซ้ายจะเป็นสวนสาธารณะเลียบแม่น้ำบางปะกง สวยงามทีเดียว มีต้อนไม้ให้หลบร้อนเป็นระย

ฝั่ง ชายน้ำ บางปะกง ยามแสงอาทิตย์อัสดง ใกล้จะค่ำลง แล้วหนา
แต่บางปะกงนั้นยังคงสวยงามตา คราใกล้สนธยา ยิ่งพาให้เราสุขสันต์
นึกถึงเพลงนี้ทุกทีที่เห็นแม่น้ำบางปะกง

ฝั่งตรงข้ามมีศาลเจ้าข้างศาลหลักเมือง แวะเข้าไปดูอีกแล้ว^^

ศาลหลักเมือง ทุกเมืองก็ต้องมี

ของจังหวัดนี้มีไก่เต็มเลย

เห็นคอไก่โผล่จากน้ำแบบนี้นึกถึงล็อกเนส สัตว์ประหลาดแห่งเดดซี 

มีคนมาไหว้เรื่อยๆ 

ถัดมาก็จะผ่านกำแพงเมืองเก่าหน้าเรือนจำ ตรงข้ามเรือนจำจะมีห้องน้ำ(ถามรปภ.ดูได้ เราเป็นนักท่องเที่ยว อย่ากลัวที่จะถ่ามอะไรใคร) เผื่อใครอยากเข้าไปปลดทุกข์หรือล้างๆหน้าล้างตาถ้าแดดร้อนเกินไป

เลยกำแพงเมืองเก่าเจอร้านกาแฟตรงมุมถนน บรรยากาศชิลๆ ช่างคอนทราสต์กับความยุ่งเหยิงของสายโทรศัพท์ด้านบน^^

ปั่นต่อไปอีกนิดก็ถึงวันโสธร เข้ามาในวัดนี้มีแต่คนบ่นร้อน อาจจะเป็นคนบาปที่เข้าวัดแล้วจะร้อน^^ หรือไม่ก็เพราะต้นไม้ในวัดมีน้อยมาก มีแต่ต้นไม้เล็กๆ แดดเปรี้ยงๆ

เป็นวัดหินอ่อนสีขาว ดูใหม่ไป ไม่ขลัง

ข้างหน้าคนเยอะ เราเข้าข้างหลัง ติดแม่น้ำบางปะกง แน่นอนว่ามีคนขายปลาให้เราเอาไปปล่อยเอาบุญ แล้วเขาก็จับมาขายเราใหม่

พยายามจะเก็บยอดวัดให้หมด แต่ได้แค่นี้ วันหลังต้องเอาเลนส์ wide มา

ซื้อของฝากต้องมีอยู่ในโปรแกรมทัวร์ ออกจากวัดปั่นไปซื้อชิฟฟ่อนเจ้าดังปูกะเอ จัดไป 3 กล่อง 286 บาท กล่องละ 10 ชิ้น เอาไปขายชิ้นละ 12 กำไร 74 บาท^^ อร่อยจริงๆ ขอบอก!
ปั่นกลับแดดร้อน เข้าไปพักในสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ รถไอติมเข็นมาพอดี ใส่ขนมปัง 10 บาท

เดี๋ยวจะหาว่ามาไม่ถึงแปดริ้ว ถ่ายกับป้ายสักหน่อย ขามาเห็นสถานีรถไฟแปดริ้วแว๊บๆ เป็นสถานีเล็กๆ มีแต่ศาลา

เที่ยงพอดี ได้เวลาอาหาร แม้จะซื้อโน่นนี่ตามข้างถนนกินมาตลอดทางก็ตาม^^ มาแปดริ้วต้องกินปลาช่อน ทำไมเหรอ? ก็เพราะชื่อแปดริ้วมาจากปลาช่อนตัวเบ้อเริ่มที่เอาไปตากแห้งแล้วแตกเป็นริ้วๆถึง 8 ริ้ว

กลับมาถึงตลาดบ้านใหม่ก็เดินเที่ยวในตลาด

ไม่เฉพาะช่วงนี้ที่ยุค 90 กำลังฮิต ที่นี่ขายของเล่นยุค 90 มาแต่ไหนแต่ไรเล้ว เหมือนหยุดเวลาไว้แค่นี้

วันนี้คนไม่เยอะเท่าไหร่เนื่องจากฝนตก

วันนี้ซัดชาเย็นไป 2 แก้ว 

บรรยากาศในตลาด วินเทจสุดๆ มีดีเจคอยพูดเสียงตามสายด้วย

เป็นตลาดที่อยู่ติดแม่น้ำบางปะกง น้ำคงขึ้นๆลงๆ ใจอนงค์ก็คงเลอะเลือนกะล่อน 

ของกินในตลาดก็มีให้เลือกเพียบ โดยเฉพาะขนมโบราณ

ในตลาดก็มีศาลเจ้า เรียกได้ว่าที่นี่มีครบทั้งพุทธ คริสต์ อิสลาม (มีมัสยิดกลางอยู่ด้วย แต่ทริปนี้ไม่ได้แวะ)

เป็นจุดพักกลางตลาด มีปล่อยปลาปล่อยเต่า ปล่อยปลาไหล

ป้ายตลาดบ้านใหม่มีหลายแห่งมาก ไม่ต้องไปแย่งถ่ายกันข้างหน้า^^


เอาล่ะ วนรอบตลาดแล้ว ซื้อของเต็มไม้เต็มมือ ก็ปั่นไปขึ้นรถกลับบ้านเป็นอันจบทริป ใช้เวลาตั้งแต่เช้าถึงเที่ยงประมาณ 3-4 ชั่วโมง ได้เจออะไรที่ไม่เคยเจอเพียบ ปั่นไปช้าๆ มีเวลามองอะไรนานขึ้น เห็นรายละเอียดเยอะขึ้น และยังมีเวลาทักทายกับคนที่เจอระหว่างทาง นี่แหละข้อดีของการเที่ยวด้วยจักรยาน