วันจันทร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ลำดับขั้นของเกียร์ Shimano

คงจะเคยเห็นที่เขาประกาศขายจักรยาน จักรยานเหมือนกัน ทำไมบางคันถูก บางคันแพงจัง ส่วนหนึ่งก็ต่างกันตรงชุดเกียร์ ราคาต่างกันมาก ซึ่งคุณภาพ ความไหลลื่น ความแม่นยำต่างๆ ก็แปรผันตรงกับราคา ตารางนี้ไล่เรียงตามราคาถูก(ทางซ้าย)ไปหาราคาแพง(ทางขวา) ของทั้งเสือหมอบและเสือภูเขา

MTB:TourneyAltusAceraAlivioDeoreHoneDeore LXSLXDeore XTDXRSaintXTR
Road:SoraTiagra105UltegraDura Ace

ก็เลือกใช้ได้ตามกำลังทรัพย์ของแต่ละท่านนะจ๊ะ^^

วันศุกร์ที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2557

ปั่นจักรยานที่สุวรรณภูมิ

"บทความนี้เขียนขึ้นตอนที่สนามเขียวเพิ่งเปิดใหม่ๆ ปัจจุบันทางจักรยานได้ย้ายทางเข้ามาอยู่ใกล้ทางเข้าด้านลาดกระบังแล้ว"
ทางจักรยานสีเขียวรอบสนามบินสุวรรณภูมิ เปิดให้เข้าไปปั่นได้เวลา 6.00-17.30 น. เปิดทุกวัน โดยต้องนำบัตรประชาชนมาแลกหน้าทางเข้า ระยะทาง 1 รอบ รวม 23.5 ก.ม. เข้าไปแล้วต้องปั่นให้จบรอบ ไม่มีทางออกระหว่างทาง ถ้าไม่ไหวจริงๆหรือมีอุบัติเหตุสามารถโทรเรียกเจ้าหน้าที่ได้ ดูเบอร์โทรที่บัตรที่แลกตอนเข้า


ทางเข้าทางจักรยานจะอยู่ใกล้ทางออกถนนบางนา-ตราด ถ้าเข้ามาในสนามบินทางมอเตอร์เวย์ หรืออ่อนนุช หรือลาดกระบัง ก็ดูป้ายลาดจอดรถระยะยาว เลี้ยวเข้าถนนริมลานจอดรถระยะยาว (ชื่อถนนสุวรรณภูมิ 3) มีปั้มน้ำมันอยู่ซ้ายมือ ตรงตามถนนมา 7 ก.ม. จะเจอจุดกลับรถใต้สะพาน ทางเข้าจะอยู่หลังจากกลับรถแล้ว

ถ้ามาวันหยุด เช้าๆหรือเย็นๆจะเห็นรถจอดตรงจุดกลับรถเต็มไปหมด แต่จริงๆแล้วเขาไม่ให้จอดตรงนี้ กลับรถก่อน แล้วเลี้ยวซ้าย เข้าไปจอดในกองอาคาร ที่มีป้าย บริษัท ท่าอาศยานไทย จำกัด มีรปภ.คอยให้เซ็นชื่อเข้าได้ทุกคน ที่จอดรถมีเยอะ จอดฟรี และมีหลังคาด้วย ไม่ร้อน ด้านในสุดจะมีโรงอาหาร ซื้อน้ำ ซื้ออะไรกินได้ และมีห้องน้ำด้วย ให้เข้ามาจอดในนี้ อย่าจอดตรงจุดกลับรถ ถ้าใครจอดตรงคอสะพานจะโดนยกรถ เสียค่าปรับด้วย ใครอยากเพิ่มระยะปั่น ก็จอดรถที่ลานจอดรถระยะยาวได้

ส่วนใครมาด้วย Airport Link สถานีจะอยู่ในตัวอาคารสนามบิน ต้องออกมานอกตัวอาคารก่อน ดูป้ายลานจอดรถระยะยาว หรือถามรปภ. กว่าจะปั่นไปถึงทางเข้าก็ 10 ก.ม. ซึ่ง Airport Link ขึ้นได้เฉพาะจักรยานพับ ที่เขาประกาศว่าให้จักรยานทุกประเภทขึ้นสาย Express Line ได้นั้น ยังคงเป็นโครงการระยะยาว ตอนนี้ยังไม่ให้ขึ้น -_-'

ทางแบ่งเป็น 2 เลน ใหญ่พอที่รถยนต์ 2 คันจะสวนกัน แต่เขาให้ปั่นไปทางเดียวกันหมด วนขวา ปั่นเร็วชิดขวา ปั่นช้าชิดซ้าย ไม่ควรปั่นตีคู่กันไป รถเร็วกว่าจะแซงลำบาก ปั่นตามตูดกันไปดีกว่า ช่วยผ่อนแรงให้คนด้านหลังด้วย จะมีเลขบอกระยะทางบนพื้นถนนทุก 250 เมตร พื้นถนนไม่ค่อยเรียบ บางช่วงเป็นลูกคลื่นเลยทีเดียว แต่ดีตรงเป็นเส้นทางปิดไม่มีรถยนต์ ปลอดภัย ปั่นยาวๆ

ผู้ที่เข้ามาปั่นมีหลายประเภท จักรยานก็หลากหลายรูปแบบ เสือหมอบ เสือภูเขา แม่บ้าน รถพับ ฟิกเกียร์ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเสือหมอบมาปั่นทำความเร็ว ใครปั่นเรื่อยๆก็ชิดซ้ายไว้ อยู่เลนซ้ายไว้ ควรจะสวมหมวกทุกครั้ง เพราะเห็นเป็นทางตรงๆกว้างๆอย่างนี้ แต่เคยมีอุบัติเหตุชนกันมาแล้ว ปลอดภัยไว้ก่อน

ตอนเช้า 8 โมงแดดจะเริ่มมาแล้ว พร้อมกับลม ถ้าอยากปั่นสบายๆ 2 รอบ ก็มาตั้งแต่ก่อน 7 โมง ตอนเย็นๆก็มาสัก 4 โมงเย็น จุดพักหลบแดดที่ดีที่สุดคือใต้สะพาน จะอยู่แถวๆ ก.ม.ที่ 10 กับ 13 ใครจะเข้าไปหลบแดดใต้ต้นมะพร้าวก็ระวังงูด้วย อย่าลืมว่าชื่อเดิมของที่นี่คือหนองงูเห่า ใครไม่มีเพื่อนปั่น อยากมาปั่น มาเลย มาคนเดียวก็ได้ ไม่ต้องกลัว เช้าๆหรือเย็นๆมีเพื่อนแน่นอน

เขามีโครงการจะติดไฟให้สามารถปั่นกลางคืนได้ และสร้างคลับเฮาส์ แต่ดูท่าจะไม่ใช่ภายในปีสองปีนี้แน่ ก็รอกันต่อไป ตอนนี้ปั่นได้แค่กลางวันก็ยังดี มาปั่นกันเลย มาปั่นกันเยอะๆ เผื่อจะช่วยเร่งโครงการให้เร็วขึ้น^^

วันจันทร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2557

ตารางเลือกขนาดจักรยานเทียบกับความสูงคนปั่น

ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆใครจะเอาจักรยานอะไรไปปั่นก็ได้ จักรยานก็มีขนาดแตกต่างกันให้เลือกเหมือนกัน ซึ่งจะมีผลเวลาเราปั่นนานๆปั่นไกลๆ อาจจะเจ็บเข่า ปวดหลังได้ ถ้าเลือกขนาดผิด ด้านล่างนี้เป็นตารางการเลือกขนาดจักรยานแบบง่ายๆโดยดูจากความสูงของคนปั่น (ถ้าเอาแบบแม่นยำต้องวัดขนาดช่วงขา ซึ่งดูยุ่งยากไป)  ความสูงของคนปั่นเป็นนิ้ว, เป็นเซ็นติเมตร, ความสูงของเฟรมจักรยานเป็นนิ้ว/เซ็นติเมตร, ขนาดเฟรมจักรยาน

1.เสือภูเขา นิยมวัดขนาดเฟรมจักรยานเป็นนิ้ว
เช่น ถ้าคนปั่นสูง 165 ซ.ม. ก็ควรใช้เฟรมขนาด 16 นิ้ว

บางยี่ห้อก็มีการเปลี่ยนขนาดล้อให้สอดคล้องกับขนาดเฟรม เช่น Trek Marin ปี 2015 ใช้ขนาดตามตารางด้านล่างนี้
ขนาด Trek Marin 6,7 ปี 2015
เช่น สูง 170 ควรใช้เฟรมไซส์ 17.5 นิ้ว ซึ่งใช้วงล้อขนาด 29 นิ้ว

2.เสือหมอบ นิยมวัดขนาดเฟรมจักรยานเป็นเซ็นติเมตร โดยลักษณะตัวรถ คานบนจะขนานกับพื้นโลกมากกว่าเสือภูเขา จึงดูเหมือนใช้ขนาดใหญ่กว่าเสือภูเขา เช่น สูง 165 ใช้ขนาด 52 หารเป็นนิ้วได้ 20.5 ซึ่งถ้าเป็นเสือภูเขาจะใหญ่เกินไป
ต้องดูรูปทรงด้วย บางยี่ห้อคานบนจะอยู่ต่ำเหมือนเสือภูเขา ต้องเลื่อนขนาดลง 1 ขั้น

3.จักรยานไฮบริด เป็นลูกผสมระหว่างเสื้อหมอบกับเสือภูเขา จึงมีวัดขนาดทั้งแบบนิ้วและเซ็นติเมตร
ต้องดูรูปทรงของรุ่นนั้นๆว่าใกล้เคียงกับเสือหมอบหรือเสือภูเขามากกว่ากัน

4.BMX

5.จักรยาน Triathlon หรือ Time Trial คนที่จะซื้อจักรยานพวกนี้น่าจะเป็นมือโปรที่เลือกจักรยานเป็นอยู่แล้ว^^
ซึ่งต้องใช้การฟิตติ้งปรับระยะโน่นนี่อีกเยอะแยะ

6.จักรยานเด็ก แม้แต่เด็กน้องยังมีขนาดจักรยานให้เลือก

ส่วนจักรยานพับได้ จะมีขนาดเฟรมขนาดเดียว ใช้การยืดเบาะหรือยืดแฮนด์ช่วยปรับระดับ ล้อเล็กล้อใหญ่ขี่ได้หมด ต่างกันตรงการทำความเร็วและการพับเก็บ บางรุ่นสามารถเปลี่ยนสเต็มเพื่อเพิ่มลดระยะเอื้อมได้

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการเลือกจักรยานคร่าวๆจากความสูงของเฟรม(วัดจากท่อตั้ง)เท่านั้น ทางที่ดียังต้องคำนึงถึงระยะเอื้อม คือความยาวของท่อนอนอีกด้วย

วันศุกร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

Bangkok Critical Mass เราปั่น กรุงเทพเปลี่ยน

"เจอหน้ากันตอนแรกๆ ไม่ชอบขี้หน้ามัน มันดูหยิ่งๆ แต่พอถ่ายละครด้วยกันเรื่อยๆ ได้คุยกันบ่อยๆ ก็กลายเป็นซี้ปึ้กกัน" นี่คือบทสัมภาษณ์กอล์ฟ พิชญะ พูดถึงเพื่อนซี่พีค ภัทรศยา ในรายการตีท้ายครัว นี่คือคู่ของดารา แล้วถ้าเป็นคู่ของรถยนต์กับจักรยานล่ะ?

ด้วยหลักการง่ายๆ คนเราเจอกันบ่อยๆก็ต้องคุ้นเคยกัน สนิทสนมกัน จากการที่รถยนต์ชอบบีบแตรไล่ ชอบเบียด ชอบปาด เห็นจักรยานเป็นส่วนเกินบนท้องถนน นั่นก็เพราะนานๆเขาจะเห็นจักรยานสักคัน ถ้าคุณขับรถยนต์ แล้วเห็นเพื่อนคุณปั่นจักรยานมา คุณจะบีบแตรไล่เขาไหม?


Critical Mass เป็นกิจกรรมของกลุ่มคนที่ใช้จักรยาน นัดกันปั่นทุกวันศุกร์สิ้นเดือน โดยไม่มีการกำหนดสถานที่นัดหมายที่แน่นอน แต่ละครั้งก็จะปั่นไปยังจุดหมายที่ต่างกัน เริ่มต้นครั้งแรกน่าจะเป็นที่เมืองซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี 1992 จนถึงปี 2003 กิจกรรมนี้ก็แพร่กระจายไปยังกว่า 300 เมืองทั่วโลก แล้วก็มาถึงเมืองไทย


ในเมืองไทยเพิ่งมีการจัดกิจกรรม Bangkok Critical Mass กันอย่างจริงจังเมื่อปลายปี 2556 นี้เอง ซึ่งเป็นการจัดกันเองของ กลุ่มคนที่รักจักรยาน ไม่มีการสนับสนุนจากภาครัฐแต่อย่างใด ก่อนหน้านี้ก็เคยมีการจัดปั่นจักรยานลักษณะนี้ แต่ไม่ประจำ นานๆจัดที เลยไม่ค่อยตรงวัตถุประสงค์ของ Critical Mass สักเท่าไหร่

จุดประสงค์ของทริป Bangkok Critical Mass เราปั่น เมืองเปลี่ยน ไม่ใช่เป็นการประกาศสงครามกับรถยนต์ เราไม่ต้องการให้ยานพาหนะชนิดอื่นเกลียดเรา เราแค่อยากขอเป็นส่วนหนึ่งของยานพาหนะบนถนน ขอใช้ถนนร่วมกัน โดยการปั่นให้ยานพาหนะชนิดอื่นเจอเราบ่อยๆ นานๆเขาจะเริ่มคุ้นเคย เริ่มเห็นเราเป็นเพื่อนร่วมถนน การบีบแตรไล่ การขับบปาด ขับเบียดก็จะลดลง เพราะการจะขอให้สร้างทางจักรยานบนถนนทุกสายนั้นคงเป็นไปไม่ได้ รวมทั้งคนทั่วไปที่จะพบเห็น อาจจะมีความรู้สึกอยากปั่นจักรยานขึ้นมาบ้าง เราเชื่อว่าถ้าเราปั่นกันบ่อยๆ สักวัน เมืองจะเปลี่ยน(ไปในทางที่ดีขึ้น) ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะใช้เวลานานแค่ไหน อาจจะเป็นปี หรือ 10 ปี แต่อย่างน้อยก็ถือว่ามาปั่นจักรยานเล่นกับเพื่อน ชมเมืองยามค่ำคืน


ทริปนี้ปั่นกันไม่เร็ว ไม่จำกัดเพศ ไม่จำกัดวัย ไม่จำกัดประเภทจักรยาน จะเป็นเสือหมอบ เสือภูเขา จักรยานพับ หรือแม้แต่เช่าจักรยานปันปั่นของกรุงเทพมหานคร ก็มาปั่นในทริปนี้ได้ เหมาะมากสำหรับมือใหม่ที่จะหัดปั่นออกถนนใหญ่ ปั่นเป็นกลุ่มใหญ่ๆปลอดภัยกว่าปั่นคนเดียว

ทริป Bangkok Critical Mass นัดกันปั่นทุกค่ำวันศุกร์ ที่สวนลุมพินี ประตูด้านฝั่งถนนวิทยุ เริ่มออกตัว 18.00 น.หลังเคารพธงชาติ สัก 17.30 น. ก็จะเห็นจักรยานมารวมตัวกันแล้ว มาเจอกัน มาร่วมแสดงพลังของคนจักรยานกัน ไม่ต้องรอปั่นปีละครั้งใน Car Free Day


ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
https://www.facebook.com/bkkcmride

ป.ล. กรุณาสวมหมวกกันน็อค ติดไฟหรืออุปกรณ์สะท้องแสง เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง ส่วนการแต่งตัวจะแต่งยังไงก็ได้

ขอบคุณภาพประกอบจากคุณ Thanun Love Mario จากทริป Bangkok Critical Mass ครั้งที่ 11




วันเสาร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2557

มือใหม่ปั่นร้อยโล ชมวิวสุดสวย หนองจอก-แปดริ้ว

สตาร์ทที่สวนสาธารณะหนองจอก เพราะเริ่มจากที่นี่จะได้เส้นทางเกือบ 100 ก.ม.พอดี และที่นี่มีที่จอดรถยนต์ที่ปลอดภัย ดูแผนที่เส้นทางกันเลย http://bit.ly/NJ100

ออกจากสวนกลับรถหน้าโรงพยาบาล ถึงไฟแดงตรงไปขึ้นสะพานตัดกำลังกันก่อน ตรงไปประมาณ 5 ก.ม. เลี้ยวซ้ายหน้าสนามกอล์ฟเดอะไพน์ ผ่านวัดบึงทองหลาง ต่อไปจะเป็นวิวทุ่งนา ชมวิถีชีวิตชาวนา เห็นตรงไหนสวยจอดถ่ายรูปเล่นกันได้เลย ตรงไปตามถนนเรื่อยๆยาวประมาณ 6 ก.ม.จะไปออกถนนใหญ่

เลี้ยวซ้ายเข้าแยกไผ่ดำ ตรง 4 แยกเลี้ยวขวา ตรงไป 2-3 ก.ม.เห็นหงส์รีสอร์ททางขวามือเตรียมเลี้ยวขวา ดูป้ายวัดหอคอย เลี้ยวซ้ายเข้าไป ขึ้นสะพาน ลงสะพานแล้วเลี้ยวซ้าย เป็นวิวทุ่งนาสุดสวยอีกเช่นกัน ปั่นไปถ่ายรูปไป ยาวประมาณ 7 ก.ม. ตรงไปตามถนนเรื่อยๆจนตัดกับถนนใหญ่ที่อ.บางน้ำเปรี้ยว

เลี้ยวขวาเข้าถนนใหญ่ ขึ้นสะพานข้ามคลองแสนแสบ! ใช่แล้ว คลองแสนแสบเส้นเดียวกับแถวประตูน้ำหรือรามคำแหงนั่นแหละ ยาวมาถึงนี่ ลงสะพานไปหน่อยนึงขวามือจะเป็นร้านขายจักรยานมือสองญี่ปุ่น มีจักรยานคันใหญ่ยักษ์ตั้งอยู่หน้าร้าน แวะถ่ายรูปนิดนึง ยังไม่เคยเห็นจักรยานที่ไหนใหญ่กว่านี้

ออกจากร้านจักรยานก็ตรงไปตามถนนใหญ่เรื่อยๆ อีก 6 ก.ม.ถึงวัดโพรงอากาศ มองเห็นแต่ไกล อุโยสถใหญ่ๆสีทอง เลี้ยวเข้าวัดไปพักร้อนสักนิดนึง ออกจากวัดก็ปั่นยาวๆสู่ตลาดบ้านใหม่ 100 กว่าปี

หาอะไรกินในตลาด เดินซื้อของย้อนยุคสัก 1 ช.ม.ค่อยปั่นต่อเข้าเมืองฉะเชิงเทรา ใช้เส้นริมแม่น้ำบางปะกง มีศาลจังหวัดเก่า กับศาลากลางเก่า สวยงาม ตรงตามเส้นเลียบแม่น้ำไปเรื่อยๆ เลี้ยวขวผ่านค่ายทหารไปนิดถึงจะถึงวัดโสธร เข้าไปไหว้พระ รอแดดร่มลมตกสักนิด ค่อยปั่นกลับ

ขากลับนี่ไม่ชมวิวกันแล้ว ปั่นยาวๆกลับย่างเดียวเลย ใช้เส้นทางเดิมออกจากตัวเมือง ผ่านหน้าทางเข้าวัดโพรงอากาศ แวะพักปั๊มคาลเท็กซ์ เข้าห้องน้ำ ซื้อน้ำเย็นๆกินกันก่อน แล้วปั่นผ่านร้านจักรยาน ต่อไปจะเปลี่ยนเส้นทางเล็กน้อย เป็นเส้นขนานกันกับขามา ใช้ถนนใหญ่ รถใหญ่เยอะหน่อย แต่มีไหล่ทางให้เราปั่น ที่ใช้เส้นนี้เพราะขากลับแดดจะร่มกว่าเส้นที่เราใช้ตอนขามา ตรงไปจนถึง 4 แยก เลี้ยวซ้าย ตรงไปจนถึง 4 แยกไผ่ดำ ตรงแยก ขวามือจะมีตลาดนัดตอนเย็น แวะหาของกินเติมพลังก่อนได้

แล้วจาก 4 แยกก็ตรงไป ผ่านวัดไผ่ดำ อีกฝั่งหนึ่งกับขามา เป็นวิวทุ่งนาเขียวขจีอีกเช่นกัน มีทางขรุขระเป็นช่วงสั้นๆ(ประมาณ 10 เมตร) ค่อยคั่นเป็นระยะ หาทางหลบดีๆเสือหมอบก็ไปได้ ตรงอย่างเดียวจนถึงแยกตัว T ข้างส.น.หนองจอก เลี้ยวซ้ายผ่านหน้าส.น.เข้าตลาดหนองจอก วนไปออกหน้าตลาดเลี้ยวขวา ขึ้นสะพาน ลงสะพานซ้ายมือจะเห็นตลาดนัดหน้า Tops ใครจะซื้อของติดไม้ติดมือกลับบ้านก็แวะซื้อก่อนได้ ตรงไปถึงวงเวียนหอนาฬิกา เลี้ยวซ้ายถึงแยกไฟแดงเลี้ยวขวา ตรงไปอีกครึ่งกิโลก็ถึงสวนสาธารณะหนองจอก

วันพุธที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ทัวริ่งมือใหม่ ขึ้นรถไฟไปปั่นชมทุ่งทานตะวัน-เขื่อนป่าสัก-อุโมงค์ต้นไม้-น้ำตกเจ็ดสาวน้อย (86 ก.ม.)

ทริปนี้จะแบกจักรยานขึ้นรถไฟแล้วไปปั่นเที่ยวกัน ปั่นไม่ไกลมากนัก เราเน้นเที่ยวมากกว่าระยะทาง ถนนเรียบ วิวสวยงาม รถน้อย ปั่นสบายๆความเร็วประมาณ 20 ก.ม./ช.ม. จักรยานทุกชนิดไปได้ จำเป็นต้องพึ่งรถไฟ ขบวนรถเร็ว เพราะมีตู้สัมภาระ

แผ่นที่เส้นทาง
https://goo.gl/maps/quJtZ
สองวันระยะทางรวม 86 ก.ม. ปั่นเรื่อยๆไม่ต้องรีบ สบายๆ (ถ้ารวมปั่นวนเล่นแถวๆเขื่อนด้วยก็จะได้ประมาณ 120 ก.ม.)

วันแรก
6.15 น. พร้อมกันที่หัวลำโพง (หรือดักขึ้นรถไฟสถานีไหนก็ได้ที่รถจอด เช่น บางซื่อ, รังสิต) ซื้อตั๋วสำหรับคนก่อนคนละ 60 บาท แล้วเข็นจักรยานไปจุดรับสัมภาระ คันละ 90 บาท แล้วไปรอยกจักรยานขึ้นตู้สัมภาระ (อ่านคำแนะนำในการขนจักรยานขึ้นรถไฟ)
6.40 น. ออกเดินทางด้วยรถเร็วขบวน 135 ออกจากหัวลำโพง 6.40 น. ถึงชุมทางแก่งคอย 9.22 น. (ออกตรงเวลาแต่ถึงช้ากว่ากำหนดนิดหน่อย) เตรียมตัวก่อนถึงที่หมายไปอยู่ใกล้ๆตู้สัมภาระ เพราะรถไฟจอดแป๊บเดียว ยกลงมาแล้วก็ตรวจเช็คจักรยานให้เรียบร้อยพร้อมปั่น มีอะไรหล่นหายหรือเปล่า
9.45 น. ชุมทางแก่งคอย - ทุ่งทานตะวัน ท่าคล้อ 11 ก.ม. ปั่นออกมาตรงๆจากหน้าสถานีรถไฟข้ามสะพาน เลี้ยวขวาแล้วปั่นตรงตามถนนหลักเรื่อยๆ(ผ่านทางรถไฟสายที่ไปเขื่อนป่าสักเป็นระยะๆ) เนื่องจากปีนี้ท่าคล้อยังไม่เริ่มปลูกทานตะวันเลยมีแต่ทุ่งข้าวโพดให้ดู เลี้ยวซ้ายหน้าวัดท่าศาลา (อย่าไปตามป้ายที่ชี้ไปเขื่อนป่าสัก เพราะป้ายพาไปทางอ.วังม่วง ขากลับของเรา) แล้วก็ตรงไปเรื่อยๆ
นี่คือทุ่งปอเทือง เพิ่งเคยเห็นเหมือนกัน สวยดี ดอกเล็กๆสีเหลือ ต้นเหมือนเอากิ่งไม้ไปปักลงดิน เขาบอกว่าเป็นพืชปรับปรุงดิน
11.00 น. ทุ่งทานตะวันท่าคล้อ - ทุ่งทานตะวัน หินซ้อน 11 ก.ม. เลยโรงงานที่เป็นโดม(หน้าโรงงานมีร้านอาหารตามสั่ง ถ้าหิวก็หาอะไรกินก่อน)ตรงไปนิดนึงจะเห็นทุ่งทานตะวันอยู่ทางขวามือ กว้างใหญ่มาก มีรถไฟแล่นผ่านด้านหลังด้วย (ททท.มีจัดทริปนั่งรถไฟชมด้วย ขบวนเดียวกับที่เรามานี่แหละ แต่นั่งรถไฟตลอดทริป ไม่ต้องปั่นจักรยาน เริ่ม 14 ธ.ค.)
ทุ่งทานตะวันนี้ไม่มีคนเฝ้า เข้าไปชมได้ฟรี^^

12.00 น. ทุ่งทานตะวัน - เขื่อนป่าสัก 21 ก.ม. มุ่งขึ้นเหนือตามแผนที่ไป สองข้างทางจะเห็นทุ่งทานตะวันเป็นระยะๆ ทั้งฝั่งซ้ายและขวา ต้นใหญ่ๆ เลี้ยวขวาที่สี่แยกเข้าถนนหลักไปเขื่อน พอใกล้เขื่อนป่าสักจะเห็น 2 ทุ่งที่มีการออกร้านขายของด้านหน้า และเก็บค่าเข้าไปถ่ายรูป 10 บาท
13.30 น. กางเต๊นท์นอนเขื่อนป่าสัก 1 คืน มาถึงเขื่อนปั๊บให้รีบไปจองจุดกางเต๊นท์ทันดี เพราะช่วงหนาวๆคนเยอะมาก กางเต๊นท์ติดกันเรียงยาวตลอดแนว มาช้าก็อดได้ที่ริมน้ำ ต้องกางบนสนามหญ้าเอา จุดกางเต๊นท์หาไม่ยาก มีป้ายบอก อยู่ที่เขื่อนไม่ต้องกลัวอดตาย เพราะมีของขาย คืนวันเสาร์มีตลาดนัดถนนคนเดิน ขายถึง 4 ทุ่ม ด้านหน้าเขื่อนก็มีร้านอาหารเพียบ Lotus Express ก็มี เพราะฉะนั้นไม่ต้องพกอาหารมาให้หนัก
16.00 น. กางเต๊นท์เสร็จปลดสัมภาระให้รถเบาๆแล้วปั่นเล่นบนสันเขื่อนกัน ข้ามไปไหว้พระสีขาวบนดอกบัวชมพูองค์ใหญ่ที่อีกฝั่งหนึ่งของเขื่อน สันเขื่อนยาวประมาณ 5 ก.ม. ปกติบนสันเขื่อนเขาจะไม่ให้รถยนต์วิ่ง(เพราะเขาจะให้นักท่องเที่ยวนั่งรถบริการของเขื่อน) แต่จักรยานปั่นเข้าไปได้เลย ถ้ามาปั่นฝั่งด้านหน้าเขื่อนเลี้ยวไปด้านขวามือผ่านวัด(หมาดุ)ไปสุดทาง จะมีจุดที่เห็นรถไฟวิ่งผ่านน้ำ ถ้ามาตรงช่วงตารางเวลารถไฟนะ

วันที่ 2
7.00 น. ตื่นมาปั่นเล่นรอบเขื่อนอีกรอบ คราวนี้ด้านล่างของเขื่อน ออกมาที่สี่แยกโลตัสเลี้ยวซ้ายผ่านโลตัสไปจนเห็นป้ายสถานีรถไฟแก่งเสือเต้น มีถนนลูกรังหลังสถานีกลับไปที่เขื่อน หาอะไรกิน ก่อนจะเก็บของเตรียวตัวออกเดินทาง ผ่านสันเขื่อนไปออกประตูอีกฝั่งของเขื่อน
9.00 น. เขื่อนป่าสัก - ทุ่งทานตะวัน วังม่วง 10 ก.ม. ปั่นมุ่งหน้าอ.วังม่วง จะเห็นทุ่งทานตะวันใหญ่ๆ สวยๆ 3 ทุ่งทางขวามือ (มีออกร้าน เก็บค่าเข้าชม 5 บาท) ทุ่งแรกวิวสวยสุด อีก 2 ทุ่งจะอยู่หน้าโรงงานโออิชิ
10.00 น. ทุ่งทานตะวัน วังม่วง - อุโมงค์ต้นไม้ 8 ก.ม. ช่วงอุโมงค์ต้นไม้เนินยาวมาก มีแต่ขาขึ้น มีขาลงให้ดีใจเล็กน้อย เดี๋ยวก็ขึ้นอีก ไม่ไหวก็ใช้เข็นเอา เวลาเราเหลือเฟือ มีกลุ่มจักรยานหลายกลุ่มมาทดสอบแรงที่นี่ ส่วนใหญ่จะเป็นเสือหมอบปั่นขึ้นกันฉิว ตรงไหนวิวสวยก็จอดพักถ่ายรูปก่อนได้ รถยนต์ไม่เยอะแต่เร็วพอสมควร ชิดซ้ายตลอด
10.30 น. อุโมงค์ต้นไม้ - น้ำตกเจ็ดสาวน้อย 12 ก.ม. พอเริ่มเห็นรีสอร์ทสวยๆแสดงว่าหมดเนินแล้ว เป็นทางลงล้วนๆ สบายเลย มีป้ายบอกให้เลี้ยวซ้ายไปน้ำตกเจ็ดสาวน้อย
12.00 น. น้ำตกเจ็ดสาวน้อย - สถานีรถไฟมวกเหล็ก 10 ก.ม. จนถึงน้ำตกเจ็ดสาวน้อย พักกินอะไรที่นี่ แช่น้ำสัก 1 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ให้เข็นจักรยานลงไปที่น้ำตกได้ แต่ระวังด้วย เพราะหนามเล็กๆเยอะ ยางรั่วมาแล้ว -_-' จากน้ำตกไปสถานีรถไฟมวกเหล็กปั่นไม่ถึงชั่วโมง ไม่ต้องรีบ
14.48 น. กลับด้วยรถเร็วขบวน 136 ออกจากมวกเหล็ก 14.48 ถึงหัวลำโพง 18.40 น. รถมาจะช้าประมาณครึ่งชั่วโมง แต่ต้องเช็กก่อนว่าตู้สัมภาระเต็มมาตั้งแต่ต้นทางหรือเปล่า ถ้าเต็มเราก็เอาจักรยานขึ้นไม่ได้ ต้องรอเที่ยวถัดไป 17.11 น. (แต่ถ้าเป็นรถพับขึ้นได้เลย) ก็จะทำให้เราถึงหัวลำโพง 4 ทุ่ม (ใครจะลงที่ไหนลงได้ทุกสถานีที่รถไฟจอด)

สิ่งที่ต้องเตรียมไปด้วย
- ตรวจเช็คจักรยานให้พร้อม, ยางในสำรอง(จำเป็นอย่างยิ่ง ใครเข็นลงข้างทางไปถ่ายรูป โอกาสยางรั่วสูง), ที่งัดยาง, ชุดปะยาง, ไฟหน้า, ไฟท้าย (เผื่อปั่นเที่ยวจนมืด)
- หมวก, ผ้าบั๊ฟ, ปลอกแขนกันร้อน, เสื้อกันหนาว (บนเขื่อนกลางคืนหนาวใช้ได้)
- เต๊นท์(ไม่เอาไปก็ได้ มีให้เช่าที่เขื่อนป่าสัก), อุปกรณ์แคมปิ้งต่างๆ, แบตสำรองโทรศัพท์
- ชุดใส่นอน,ชุดใส่วันที่ 2,รองเท้าแตะ
- สบู่,ยาสีฟัน,แปรงสีฟัน
- เงิน(ค่ารถไฟคน+จักรยานไปกลับประมาณ 280 บาท,ค่าอาหาร,ค่ากางเต๊นท์)
- ไม่มีการเก็บเงินกองกลาง,ไม่มีรถเซอร์วิส,ไม่มีประกันอุบัติเหตุ

ติดต่อสอบถาม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานลพบุรี รับผิดชอบพื้นที่ ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี โทร. 0-3677-0096 - 7

วันเสาร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ตลาดคลองหกวา ไม่ได้มีแต่บ้านลำยอง

ช่วงนี้คงจะเห็นคนชวนปั่นไปบ้านลำยองกันบ่อย แล้วทริปวัดพืชอุดมก็คงเคยเห็นมีคนชวน ทริปร้านสู้แค่หมดนักปั่นต้องรู้จักแน่ๆ และก็ทริปปั่นไปกินสเต๊กจริงๆคลอง 11 แล้วรู้หรือไม่ว่าทั้งหมดนี้อยู่ในละแวกเดียวกัน?



บ้านลำยอง คือสถานที่ถ่ายทำละครเรื่องทองเนื้อเก้า เวอร์ชั่นนุ่น วรนุช ที่เพิ่งจบไป ฉากหลักๆถ่ายทำกันที่ตลาดคลองหกวา ตลาดโบราณที่ตายแล้ว ไม่ได้เป็นตลาดคึกคักเหมือนในอดีต ด้วยทำเลที่เป็นสี่แยกของคลองหกวาตัดกับคลอง 12 ในยุคที่ใช้เรือเป็นพาหนะหลัก ที่นี่จึงเป็นชุมชนขนาดใหญ่ แต่พอรถยนต์กลายเป็นพระเอก ตลาดก็เริ่มย้ายออกไปตั้งริมถนน ริมคลองก็เหลือเพียงบ้านอยู่อาศัยแทน คงเหลือเพียงสถาปัตยกรรมเก่าๆโบราณๆสวยงามให้เราได้ชม



นกจากเรื่องทองเนื้อเก้าแล้วที่นี่ยังเป็นสถานที่ถ่ายทำละครอีกหลายเรื่องเช่นสุภาพบุรุษจุฑาเทพ คือหัตถาครองพิภพ อีสา ...



เลยตลาดคลองหกวาไป เป็นที่ตั้งของวัดพืชอุดม วัดที่เป็น original ของการชมนรก-สวรรค์ 36 ภูมิ สมัยเมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว จะมีป้ายบอกทางไปชมนรกสวรรค์ที่วัดพืชอุดมติดอยู่ริมถนนทั่วประเทศตั้งแต่นราธิวาสยันเชียงรายเป็นพันป้ายเลยทีเดียว เป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่รัชกาลที่ 5 เมื่อก่อนจะเป็นโบสถ์ไม้ แต่โดนไฟไหม้ไป เพิ่งสร้างใหม่



ข้ามคลองหกวาไปฝั่งถนนลำลูกกาเป็นที่ตั้งของโบสถ์คริสต์ที่มีชื่อว่าวัดพระวิสุทธิวงส์ โบสถ์ในสายเดียวกับโบสถ์กาลหว่าที่บางรัก เป็นโบสถ์เก่าแก่ที่สวยงามทั้งภายนอกและภายใน



อีกที่ที่มีคนชอบปั่นไปคือสเต๊กจริงๆ ถนนเลียบคลอง 11 สเต๊กชิ้นใหญ่ ราคาเยาว์

ข้ามคลองหกวามาทางวัดทำเลทอง เข้าถนนคลองเก้า ปั่นผ่านศูนย์บริหารกิจกรรมอิสลาม ที่เขาจัดงานเมาลิดกันทุกปี ก็จะพบกับร้านดังสู้แค่หมด ร้านชาวบ้านธรรมดาที่ดังด้วยเมนูอาหารจานละ 10 บาท ขายของราคาถูก กำไรน้อย จนใช้หนี้หลายล้านได้หมด!



การปั่นมาบ้านลำยองก็แล้วแต่ว่าคุณจะปั่นมาจากฝั่งไหน ถ้ามาจากหนองจอก จากตลาดหนองจอกปั่นมาทางถนนเลียบคลอง 13 ถนนลาดยางใหม่ เรียบ ตรงยาว 12 ก.ม. วิวทุ่งนาริมน้ำน่าปั่นมาก ด้านซ้ายมือในซอยเดียวกับส.น.ประชาสำราญ มีวัดประยงค์ หลวงพ่อโต ครุฑตัวใหญ่ สวยมาก



ถ้ามาจากรังสิตก็มาทางถนนลำลูกกา ถนนใหญ่ไหล่ทางกว้างแต่รถใหญ่ก็เยอะปั่นมาเรื่อยๆจะเห็นป้ายวัดพืชอุดมด้านขวามือ ถ้ามาทางรามอินทราก็เข้ามาทางมีนบุรี เข้าถนนไมตรีจิต เข้าไปทางศูนย์กิจการอิสลาม แวะเข้าร้านสู้แค่หมดก่อนแล้วค่อยต่อมาบ้านลำยอง