ทริปนี้จะแบกจักรยานขึ้นรถไฟแล้วไปปั่นเที่ยวกัน ปั่นไม่ไกลมากนัก เราเน้นเที่ยวมากกว่าระยะทาง ถนนเรียบ วิวสวยงาม รถน้อย ปั่นสบายๆความเร็วประมาณ 20 ก.ม./ช.ม. จักรยานทุกชนิดไปได้ จำเป็นต้องพึ่งรถไฟ ขบวนรถเร็ว เพราะมีตู้สัมภาระ
แผ่นที่เส้นทาง
https://goo.gl/maps/quJtZ
สองวันระยะทางรวม 86 ก.ม. ปั่นเรื่อยๆไม่ต้องรีบ สบายๆ (ถ้ารวมปั่นวนเล่นแถวๆเขื่อนด้วยก็จะได้ประมาณ 120 ก.ม.)
วันแรก
6.15 น. พร้อมกันที่หัวลำโพง (หรือดักขึ้นรถไฟสถานีไหนก็ได้ที่รถจอด เช่น บางซื่อ, รังสิต) ซื้อตั๋วสำหรับคนก่อนคนละ 60 บาท แล้วเข็นจักรยานไปจุดรับสัมภาระ คันละ 90 บาท แล้วไปรอยกจักรยานขึ้นตู้สัมภาระ (
อ่านคำแนะนำในการขนจักรยานขึ้นรถไฟ)
6.40 น. ออกเดินทางด้วยรถเร็วขบวน 135 ออกจากหัวลำโพง 6.40 น. ถึงชุมทางแก่งคอย 9.22 น. (ออกตรงเวลาแต่ถึงช้ากว่ากำหนดนิดหน่อย) เตรียมตัวก่อนถึงที่หมายไปอยู่ใกล้ๆตู้สัมภาระ เพราะรถไฟจอดแป๊บเดียว ยกลงมาแล้วก็ตรวจเช็คจักรยานให้เรียบร้อยพร้อมปั่น มีอะไรหล่นหายหรือเปล่า
9.45 น. ชุมทางแก่งคอย - ทุ่งทานตะวัน ท่าคล้อ 11 ก.ม. ปั่นออกมาตรงๆจากหน้าสถานีรถไฟข้ามสะพาน เลี้ยวขวาแล้วปั่นตรงตามถนนหลักเรื่อยๆ(ผ่านทางรถไฟสายที่ไปเขื่อนป่าสักเป็นระยะๆ) เนื่องจากปีนี้ท่าคล้อยังไม่เริ่มปลูกทานตะวันเลยมีแต่ทุ่งข้าวโพดให้ดู เลี้ยวซ้ายหน้าวัดท่าศาลา (อย่าไปตามป้ายที่ชี้ไปเขื่อนป่าสัก เพราะป้ายพาไปทางอ.วังม่วง ขากลับของเรา) แล้วก็ตรงไปเรื่อยๆ
นี่คือทุ่งปอเทือง เพิ่งเคยเห็นเหมือนกัน สวยดี ดอกเล็กๆสีเหลือ ต้นเหมือนเอากิ่งไม้ไปปักลงดิน เขาบอกว่าเป็นพืชปรับปรุงดิน
11.00 น. ทุ่งทานตะวันท่าคล้อ - ทุ่งทานตะวัน หินซ้อน 11 ก.ม. เลยโรงงานที่เป็นโดม(หน้าโรงงานมีร้านอาหารตามสั่ง ถ้าหิวก็หาอะไรกินก่อน)ตรงไปนิดนึงจะเห็นทุ่งทานตะวันอยู่ทางขวามือ กว้างใหญ่มาก มีรถไฟแล่นผ่านด้านหลังด้วย (ททท.มีจัดทริปนั่งรถไฟชมด้วย ขบวนเดียวกับที่เรามานี่แหละ แต่นั่งรถไฟตลอดทริป ไม่ต้องปั่นจักรยาน เริ่ม 14 ธ.ค.)
ทุ่งทานตะวันนี้ไม่มีคนเฝ้า เข้าไปชมได้ฟรี^^
12.00 น. ทุ่งทานตะวัน - เขื่อนป่าสัก 21 ก.ม. มุ่งขึ้นเหนือตามแผนที่ไป สองข้างทางจะเห็นทุ่งทานตะวันเป็นระยะๆ ทั้งฝั่งซ้ายและขวา ต้นใหญ่ๆ เลี้ยวขวาที่สี่แยกเข้าถนนหลักไปเขื่อน พอใกล้เขื่อนป่าสักจะเห็น 2 ทุ่งที่มีการออกร้านขายของด้านหน้า และเก็บค่าเข้าไปถ่ายรูป 10 บาท
13.30 น. กางเต๊นท์นอนเขื่อนป่าสัก 1 คืน มาถึงเขื่อนปั๊บให้รีบไปจองจุดกางเต๊นท์ทันดี เพราะช่วงหนาวๆคนเยอะมาก กางเต๊นท์ติดกันเรียงยาวตลอดแนว มาช้าก็อดได้ที่ริมน้ำ ต้องกางบนสนามหญ้าเอา จุดกางเต๊นท์หาไม่ยาก มีป้ายบอก อยู่ที่เขื่อนไม่ต้องกลัวอดตาย เพราะมีของขาย คืนวันเสาร์มีตลาดนัดถนนคนเดิน ขายถึง 4 ทุ่ม ด้านหน้าเขื่อนก็มีร้านอาหารเพียบ Lotus Express ก็มี เพราะฉะนั้นไม่ต้องพกอาหารมาให้หนัก
16.00 น. กางเต๊นท์เสร็จปลดสัมภาระให้รถเบาๆแล้วปั่นเล่นบนสันเขื่อนกัน ข้ามไปไหว้พระสีขาวบนดอกบัวชมพูองค์ใหญ่ที่อีกฝั่งหนึ่งของเขื่อน สันเขื่อนยาวประมาณ 5 ก.ม. ปกติบนสันเขื่อนเขาจะไม่ให้รถยนต์วิ่ง(เพราะเขาจะให้นักท่องเที่ยวนั่งรถบริการของเขื่อน) แต่จักรยานปั่นเข้าไปได้เลย ถ้ามาปั่นฝั่งด้านหน้าเขื่อนเลี้ยวไปด้านขวามือผ่านวัด(หมาดุ)ไปสุดทาง จะมีจุดที่เห็นรถไฟวิ่งผ่านน้ำ ถ้ามาตรงช่วงตารางเวลารถไฟนะ
วันที่ 2
7.00 น. ตื่นมาปั่นเล่นรอบเขื่อนอีกรอบ คราวนี้ด้านล่างของเขื่อน ออกมาที่สี่แยกโลตัสเลี้ยวซ้ายผ่านโลตัสไปจนเห็นป้ายสถานีรถไฟแก่งเสือเต้น มีถนนลูกรังหลังสถานีกลับไปที่เขื่อน หาอะไรกิน ก่อนจะเก็บของเตรียวตัวออกเดินทาง ผ่านสันเขื่อนไปออกประตูอีกฝั่งของเขื่อน
9.00 น. เขื่อนป่าสัก - ทุ่งทานตะวัน วังม่วง 10 ก.ม. ปั่นมุ่งหน้าอ.วังม่วง จะเห็นทุ่งทานตะวันใหญ่ๆ สวยๆ 3 ทุ่งทางขวามือ (มีออกร้าน เก็บค่าเข้าชม 5 บาท) ทุ่งแรกวิวสวยสุด อีก 2 ทุ่งจะอยู่หน้าโรงงานโออิชิ
10.00 น. ทุ่งทานตะวัน วังม่วง - อุโมงค์ต้นไม้ 8 ก.ม. ช่วงอุโมงค์ต้นไม้เนินยาวมาก มีแต่ขาขึ้น มีขาลงให้ดีใจเล็กน้อย เดี๋ยวก็ขึ้นอีก ไม่ไหวก็ใช้เข็นเอา เวลาเราเหลือเฟือ มีกลุ่มจักรยานหลายกลุ่มมาทดสอบแรงที่นี่ ส่วนใหญ่จะเป็นเสือหมอบปั่นขึ้นกันฉิว ตรงไหนวิวสวยก็จอดพักถ่ายรูปก่อนได้ รถยนต์ไม่เยอะแต่เร็วพอสมควร ชิดซ้ายตลอด
10.30 น. อุโมงค์ต้นไม้ - น้ำตกเจ็ดสาวน้อย 12 ก.ม. พอเริ่มเห็นรีสอร์ทสวยๆแสดงว่าหมดเนินแล้ว เป็นทางลงล้วนๆ สบายเลย มีป้ายบอกให้เลี้ยวซ้ายไปน้ำตกเจ็ดสาวน้อย
12.00 น. น้ำตกเจ็ดสาวน้อย - สถานีรถไฟมวกเหล็ก 10 ก.ม. จนถึงน้ำตกเจ็ดสาวน้อย พักกินอะไรที่นี่ แช่น้ำสัก 1 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ให้เข็นจักรยานลงไปที่น้ำตกได้ แต่ระวังด้วย เพราะหนามเล็กๆเยอะ ยางรั่วมาแล้ว -_-' จากน้ำตกไปสถานีรถไฟมวกเหล็กปั่นไม่ถึงชั่วโมง ไม่ต้องรีบ
14.48 น. กลับด้วยรถเร็วขบวน 136 ออกจากมวกเหล็ก 14.48 ถึงหัวลำโพง 18.40 น. รถมาจะช้าประมาณครึ่งชั่วโมง แต่ต้องเช็กก่อนว่าตู้สัมภาระเต็มมาตั้งแต่ต้นทางหรือเปล่า ถ้าเต็มเราก็เอาจักรยานขึ้นไม่ได้ ต้องรอเที่ยวถัดไป 17.11 น. (แต่ถ้าเป็นรถพับขึ้นได้เลย) ก็จะทำให้เราถึงหัวลำโพง 4 ทุ่ม (ใครจะลงที่ไหนลงได้ทุกสถานีที่รถไฟจอด)
สิ่งที่ต้องเตรียมไปด้วย
- ตรวจเช็คจักรยานให้พร้อม,
ยางในสำรอง(จำเป็นอย่างยิ่ง ใครเข็นลงข้างทางไปถ่ายรูป โอกาสยางรั่วสูง), ที่งัดยาง, ชุดปะยาง, ไฟหน้า, ไฟท้าย (เผื่อปั่นเที่ยวจนมืด)
- หมวก, ผ้าบั๊ฟ, ปลอกแขนกันร้อน,
เสื้อกันหนาว (บนเขื่อนกลางคืนหนาวใช้ได้)
- เต๊นท์(ไม่เอาไปก็ได้ มีให้เช่าที่เขื่อนป่าสัก), อุปกรณ์แคมปิ้งต่างๆ,
แบตสำรองโทรศัพท์
- ชุดใส่นอน,ชุดใส่วันที่ 2,รองเท้าแตะ
- สบู่,ยาสีฟัน,แปรงสีฟัน
- เงิน(ค่ารถไฟคน+จักรยานไปกลับประมาณ 280 บาท,ค่าอาหาร,ค่ากางเต๊นท์)
- ไม่มีการเก็บเงินกองกลาง,ไม่มีรถเซอร์วิส,ไม่มีประกันอุบัติเหตุ
ติดต่อสอบถาม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานลพบุรี รับผิดชอบพื้นที่ ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี โทร. 0-3677-0096 - 7