วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

เยือนปากน้ำโพ นครสวรรค์ ปีนทางชันชมวิวบนเขากบ (18 กม.)

ปิง วัง ยม น่าน มาบรรจบกันที่ปากน้ำโพ กลายเป็นแม่น้ำเจ้าพระยา คงเคยได้ยินกันมาตั้งแต่ในชั้นเรียนสมัยเด็ก จริงๆแล้วปิงกับวังรวมกันก่อนเหลือแต่ปิง และยมกับน่านก็รวมกันก่อนเหลือแต่น่าน แล้วปิงกับน่านมารวมกันที่ปากน้ำโพกลายเป็นเจ้าพระยา ดูจากแผนที่แล้วตัวเมืองนครสวรรค์มีแม่น้ำล้อมอยู่ครึ่งรอบ มีถนนใหญ่ผ่ากลาง และมีถนนเล็กเลียบแม่น้ำตลอด เลยเลือกโรงแรมที่เหมาะกับเส้นทางที่จะปั่นเลียบแม่น้ำ อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือท่าจะดี ออกแบบทริปให้เริ่มจากด้านบน บนขวาตามแม่น้ำปิงลงมาถึงปากน้ำโพ

ขับรถมาถึงนครสวรรค์ไม่ไกลอย่างที่คิด ขับเรื่อยๆจากกรุงเทพไม่เกิน 3 ชั่วโมงถึง ก่อนข้ามสะพานเดชาติวงศ์ก็เลี้ยวขวาไปบึงบรเพ็ดก่อน มีร้านอาหารมากมายเรียงรายอยู่ริมบึง จากที่จินตนาการไว้ว่าเป็นบึงน้ำขนาดใหญ่ มีดอกบัว มีจรเข้! แต่บึงบรเพ็ดทุกวันนี้แทบจะเอารถลงไปวิ่งได้ มีน้ำแค่เป็นเหมือนลำคลองล้อมรอบเท่านั้น ตรงกลางเป็นพื้นดิน พงหญ้า ป่าขนาดย่อม (หรือเราอาจจะไปในช่วงหน้าแล้ง หน้าฝนน้ำอาจจะเต็มก็เป็นได้) มีสวนดอกไม้ มีสวนจัดแสดง เหมือนสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไป กะว่ามาถึงประมาณเที่ยงๆ จะได้กินข้าวเที่ยงที่นี่พอดี

แผนที่ https://goo.gl/maps/VmFni3pTAcs

อิ่มหนำสำราญแล้วก็เข้าเมือง ข้ามสะพานเดชาติวงศ์ อันเก่าแก่จะอยู่ตรงกลาง โดนสร้างสะพานใหม่ขนาดข้างรองรับปริมาณการจราจร ตรงไปเก็บของที่โรงแรมก่อน รอแดดร่มลมตกสักนิดค่อยเอาจักรยานออกไปปั่นกัน ทริปน้ำเราจะวนขวาเลียบแม่น้ำตามถนนโกสีย์ โดยมีเขากบเป็นจุดศูนย์กลาง เป็นถนนเล็กๆ 2 เลนสวน ไม่ต้องข้ามถนนใหญ่เพราะมีสะพานลอด บรรยากาศร่มรื่นดี มีวัดเรียงรายอยู่มากมาย วัดไทรเหนือ วัดไทยใต้ ส่วนใหญ่แถบนี้จะเป็นบ้านเรือนพักอาศัย ด้านหน้าติดแม่น้ำ ด้านหลังติดภูเขา ฮวงจุ้ยดีทีเดียว

 วนไปได้ครึ่งรอบ จนถึงซอยโกสีย์ 36 ทางขวามือ ตรงเข้าซอยไปจะผ่านเทศบาลนครสวรรค์ ซึ่งจะทางขึ้นเขากบ ดูแล้วไม่ชันและไม่ไกลมาก ขึ้นไปชมวิวซะหน่อยดีกว่า ถ้าใครไม่อยากปั่นขึ้น มีบันได้ให้เดินด้วยนะ บันไดสวยมาก ถ้าปั่นขึ้นมาก็จะเจอขาประจำเจ้าถิ่น ทั้งนักวิ่ง นักปั่น สวนลงมาหรือปั่นแซงไปหลายคัน เส้นทางเลาะตามไหล่เขาวกไปวนมาเลยไม่ชันมาก ล้อเล็กไม่มีเกียร์ก็ปั่นขึ้นได้สบายๆ เจอจุดไหนวิวสวยก็จอดถ่ายรูปพร้อมพักขาไปในตัว ขึ้นได้จนถึงยอดเลย

บนยอดเป็นที่ตั้งของวัดคีรีวงศ์ หรือวัดเขากบนี่แหละ วิวสวยมาก มองเห็นเมืองนครวรรค์ทั้งเมือง ยาวไปถึงบึงบรเพ็ด ใครมานครสวรรค์แล้วไม่ขึ้นมาบนนี้ ถือว่าพลาด!

ขาลงเขาจะมีให้ลงอีกทางเพราะด้านบนๆทางมันแคบและชัน รถยนต์สวนกันลำบาก แล้วไปบรรจบทางเดิมตรงกลางๆเขา หรือใครจะแบกจักรยานลงบันไดก็ไม่ได้หนักหนาอะไร ลองมาแล้ว^^

ไปเข้าซอยโกสีย์ 36 เหมือนเดิมออกถนนโกสีย์เลี้ยวขวาไปตามเส้นทางเลียบแม่น้ำเหมือนเดิม จะเจอสะพานข้ามแม่น้ำปิงทางซ้ายมือ ให้เลยสะพานไปนิดแล้วเลาะเข้าข้างๆตีนสะพาน จะมีถนนที่ติดแม่น้ำเลย ซึ่งเป็นที่ตั้งของตลาดโต้รุ่ง ของกินเพียบ! เป็นร้านรถเข็น มีโต๊ะมีที่นั่ง กินข้าวเย็นกันที่นี่แหละ

ทะลุโซนของกินก็จะเป็นโซนตลาดนัด ให้ได้ช็อปปิ้งกัน ทางด้านแม่น้ำก็เป็นช่วงปากน้ำโพที่เรียกว่าต้นแม่น้ำเจ้าพระยา ต้นกำเนิดของแม่น้ำเจ้าพระยาพอดี ถ้ามากันในช่วงตรุษจีนก็จะมีงานตรุษจีนจัดที่นี่

มีปัญหานิดหน่อยตรงขากลับ เพราะมืดแล้ว และต้องปั่นผ่านถนนใหญ่ ต้องเตรียมไฟหน้าไฟท้ายให้พร้อมตั้งแต่ออกมา รถราก็ติดเหมือนเมืองใหญ่อื่นๆ พอปั่นได้ ไม่อันตรายมากนัก ชิดซ้ายไปเรื่อย ถนนมีไฟสว่างตลอด ทริปนี้เรากลับทางถนนมาตุลี ผ่านเทศบาล ไปออกถนนใหญ่ตรงสี่แยก ปั่นถนนใหญ่ไม่ถึงกิโลก็ออกซ้ายเข้าถนนเล็กเข้าโรงแรม

ช่วงที่มานี่คือมาเพื่อร่วมงานปั่นวัดใจมังกรปากน้ำโพ เราเลยมาตั้งแต่วันเสาร์ ปั่นเที่ยวเมืองตอนเย็น ค้าง 1 คืน แล้ววันรุ่งขึ้นเช็คเอาท์จากโรงแรมแต่เช้ามืด แล้วไปร่วมงานปั่นวัดใจ จบงานก็ขับรถกลับกรุงเทพ

วันเสาร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2559

Mini Touring เจ็ดคต (80 กม.)

ที่นี่ถือเป็นแบบฝึกหัดบทที่ 1 ของนักปั่นสายทัวริ่ง เพราะศูนย์ศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศเจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า จ.สระบุรี อยู่ห่างจากกรุงเทพแค่ประมาณ 120 กม. สามารถจะปั่นออกจากกรุงเทพตอนเช้าไปถึงที่นั่นตอนเย็นสบายๆ แต่สำหรับนักปั่นมือใหม่ ปั่น 120 กม.ก็ถือว่าไม่ใช่งานง่าย และความท้าทายยังมีอยู่ตรง 1 กม.สุดท้าย ขึ้นเนินล้วนๆ! ปั่นตากแดดมา 119 กม.ก็หมดแรงแล้ว ต้องมาขึ้นเนินอีก 1 กม. มีเป็นลม เราเลยขอตัดตอนให้ระยะทางสั้นลง ปั่นน้อยลง ทำให้มีแรงมีเวลาเที่ยวเยอะขึ้น

โดยการเอาจักรยานขึ้นรถมาจอดไว้ที่โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (จปร.) จ.นครนายก เริ่มปั่นจากนี้จะเหลือรถยะทางแค่ 40 กม.(ไปกลับ 80 กม.) ให้มือใหม่ได้ใช้เวลาปั่นชิลๆ 3-4 ช.ม.สบายๆ แต่มีทางที่วิบากให้ได้ฝึกปั่นกันมันส์ ทางลาดยางสลับทางลูกรัง เนินไม่สูงนัก เส้นทางวิวสวยผ่านสวนผ่านป่าเขาลำธาร แผนที่ https://goo.gl/maps/jrSBwqn1Cw12

ประตูหน้าจปร.มีทหารเฝ้าอยู่ ขับเข้ามาได้เลย รับบัตรที่ทหารเสร็จแล้วเลี้ยวขวามือเข้าไปจอดที่ศูนย์บริการฯ มีป้ายปักไว้อยู่ว่าเป็นที่จอดรถสำหรับผู้มาปั่นจักรยาน เอาจักรยานลงจัดแจงสัมภาระมัดเข้ากับตะแกรงหลังเสร็จก็ปั่นออกทางประตูหน้า เลยปั๊มปตท.ซ้ายมือ เลี้ยวขวาเข้าซอย ตรงไปเรื่อยๆผ่านโรงเรียนดาวทอง เราจะปั่นไปทางโรงเรียนเตรียมทหาร

จนไปทะลุแยกตัว T ที่โรงเรียนหนองกันเกรา เลี้ยวขวาแล้วตรงถึงโรงเรียนเตรียมทหาร เลี้ยวซ้ายผ่านหน้าโรงเรียน ตรงไปจนถึงอีก 1 แยกตัว T ใกล้ๆร้านก๋วยเตี๋ยวเรือแยกเตรียม เลี้ยวขวาตรงไปจะเห็นป้ายน้ำตกกระอาง น้ำตกกระอางจะต้องเลี้ยวขวาแยกไปอีก 2.4 กม. ถ้าไม่อยากแวะเราก็ตรงไป ช่วงหนึ่งจะเจอกับ sky lane คือเอาสีฟ้ามาทาไหล่ทางเพื่อให้เป็นเลนจักรยาน^^

Sky Lane บ้านนา

พอออกทางลูกรังสักพักจะเจอทางลาดยาง ตรงไปโกรกอีดก เราต้องแยกออกทางลูกรัง

เป็นทางลาดยางมาเรื่อยๆ จนถึงทางโค้งซ้าย(มีภูเขาหัวโล้นๆมีแต่หญ้าอยู่ซ้ายมือ) เราต้องออกจากทางลาดยางตรงไปเป็นทางลูกรัง ผ่านสวนผลไม้ต้นไม้ ทางไปน้ำตกโกรกอีดกเป็นทางลาดยาง(แต่เราไปไม่ถึงโกรกอีกดก มีทางแยกซ้ายมือออกทางลูกรัง) มีทางลาดยางทางปูนสลับมาบ้างสั้นๆ มีจุดที่ต้องเลี้ยวซ้ายเข้าซอยทางลูกรังดินแดง ดูป้ายให้ดี

อยู่ในเขตเขาใหญ่

บางช่วงทางโหดกว่านี้

บางช่วงก็ทางกรวด บ้างก็ดินแดง มาโผล่อีกทีตรง 3 แยก เลี้ยวขวาไปน้ำตกเจ็ดคต(1 กม.)เลี้ยวซ้ายไปศูนย์ศึกษาธรรมชาติเจ็ดคต(9 กม.)จุดหมายของเรา ซ้ายมือมีร้านอาหารตามสั่ง ส้มตำ ไก่ย่าง ขายของชำนิดหน่อย รองท้องก่อนได้ ถ้าจะแวะไปเที่ยวน้ำตก ต้องเดินไปที่ตัวน้ำตกอีก 1.2 กม. เลี้ยวซ้ายไปจะเป็นทางลาดยางเรียบๆวิวสวยๆตลอดทางแล้ว แล้วก็จะเจอเนินสูงเนินแรก(ช่วงนี้มีเนินเดียว)

พอจะปั่นผ่านได้ ก็จะตรงยาว เป็นอุโมงค์ต้นไม่ร่มรื่นสวยมาก ไปออกแยกตัว T ด้านซ้ายมีร้านขายของชำใหญ่ๆ
อ่างเก็บน้ำเจ็ดคต อยู่ตีนเขา

ด้านขวาเป็นอ่างเก็บน้ำเจ็ดคต (มีร้านอาหารขอบชล) เลี้ยวขวาไป ก็จะเจอด่านทางเข้าศูนย์ฯ


จอดถ่ายรูปเอาแรงที่ประตูก่อน ผ่านประตูด่านก็เร่งสปีดเลย เพราะมีเนินที่ยาวมากรออยู่ ผ่านเนินก็ได้พักนิดนึงก็เจอเนินขึ้นอีก คือมีแต่ขึ้นอย่างเดียว 4 เนิน จนเจอขาลงก็คือถึงจุดหมาย

ซ้ายมือไปจุดชมวิว ทางวิบากมาก ขวามือคือที่ที่เราจะไป เข้าไปลงทะเบียนและเช่าเต๊นท์สำหรับคนที่ไม่ได้เอาเต๊นท์มา เต๊นท์ขนาด 3 คน 300 บาท เครื่องนอนอีกอย่างละ 50 บาท เตาไฟ 50 ถ่านมีขาย แล้วก็ลงไปกางเต๊นท์จองที่รอบๆอ่างเก็บน้ำซับป่าว่าน เห็นเขากางจองรออยู่แล้วเพียบ เพราะเขาขับรถยนต์มากัน กางใต้ร่มไม้น้ำค้างไม่ลง กลางคืนไม่เย็นมาก


ในศูนย์บริการนักท่องเที่ยงมีมินิมาร์ท ขายขนม มาม่า ปลากระป๋อง อาหารแช่แข็งพรานทะเล กาแฟซอง น้ำร้อน น้ำดื่มน้ำอัดลมแช่เย็น ไม้ขีด ไฟแช็ก เสื้อ ของที่ระลึก เปิด 7.30-23.00 น. มีจักรยานให้เช่าด้วย แต่เป็นจักรยานถูกๆเก่าๆ จริงๆมีร้านอาหารตามสั่งด้วยนะ เขาบอกว่าปกติก็เปิด แต่วันนี้ปิดเพราะมีกรุ๊ปทัวร์ลง -_-' แต่มีทีวีให้ดู ถ้าบอลไทยแข่งมีต่อออกโปรเจ็กเตอร์จอใหญ่ด้วย ไม่ต้องกลัวพลาด

กางเต๊นท์เสร็จแล้วก็เอาจักรยานไปปั่นเล่นมีทางจักรยานให้ปั่นรอบอ่างเก็บน้ำ เสือภูเขามีโช๊คหน้าหลังนี่มันส์เลย วนรอบอ่างแค่ 2 กม. ถ้าเวลาเหลือก็มีทางเดินป่า


จุดกางเต๊นท์ริมน้ำจะเต็มก่อน

เส้นทางจักรยาน

ห้องน้ำที่นี่มีเยอะพอสมควร คนไม่พลุกพล่านเหมือนเขาใหญ่ น้ำแรงดี ไม่เย็นมาก นอนค้าง 1 คืน ตื่นมาก็เก็บเต๊นท์เอาอุปกรณ์ที่เช่ามาไปคืน ขากลับกลับทางเดิม ไม่ต้องรีบ เพราะขากลับจะใช้เวลาน้อยกว่าขามา 1 ชม.
ขาไปเขาลูกนี้อยู่ซ้ายมือ ขากลับอยู่ขวามือ

มีขึ้นเนินก็จากศูนย์ฯที่เดียว ที่เหลือก็ขาลงตลอด แวะเข้าไปเที่ยวน้ำตกเจ็ดคตก่อนก็ได้ไม่ไกล แล้วก็จอดแวะถ่ายรูปตลอดทาง ดอกสุพรรณิการ์สีเหลืองๆร่วงสวยดี

เนื่องจากเส้นนี้ต้องเจอทางกรวดเยอะ ควรจะใช้เสือภูเขา ไฮบริด หรือทัวริ่งที่ยางนอกหนาๆหน่อย เสือหมอบไม่น่ารอด และขากลับต้องลงเนินชันๆ เบรคควรอยู่ในสภาพดี เช็คให้พร้อม เป็นดิสก์เบรคก็ดี สองข้างทางมีชาวบ้านเอาของมาตั้งขาย สินค้ายอดนิยมคือ กล้วย ผลไม้ตามฤดูกาล กล้วยทอด และส้มตำ เส้นนี้เป็นทางสายรอง รถน้อยมากแต่ไม่เปลี่ยว ปลอดภัย

วันอังคารที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2558

Sky Lane สนามปั่นจักรยานรอบสนามบินสุวรรณภูมิโฉมใหม่

หลังจากปิดปรับปรุงไปนาน ได้ฤกษ์เปิดอีกครั้งวันเสาร์ที่ 26 ธ.ค.58 เราลองมาดูกันว่าสนามปั่นจักรยานรอบสนามบินสุวรรณภูมิโฉมใหม่ ภายใต้ชื่อ Sky Lane มีอะไรกันบ้าง

การเดินทาง
ต้องขอบอกคนที่ยังไม่เคยไปก่อน ถ้าคุณอยุ่ไกลๆ ตั้งต้นไปสนามบินสุวรรณภูมิก่อน ซึ่งมีป้ายติดอยู่ทั่วเมือง

1.มาทาง Motor Way สมมุติขึ้นทางด่วนมาทางพระราม 9 ก็จะต่อเชื่อมมายัง Motor way พอถึงทางแยกซ้ายออกถนนร่มเกล้า เราก็เข้าช่องกลาง จะมีป้ายบอกว่าไปสุวรรณภูมิ เข้าช่องกลางแล้วชิดซ้าย เลี้ยวขวาไปตามป้ายประมาณ 1 กม. จะเจอป้ายเขียว "ศูนย์การขนส่งสาธารณะ" เลี้ยวซ้ายตามป้ายไปเจอสี่แยกไฟแดง ตรงไปสุดทางจะเป็นไปแดงตัว T เลี้ยวซ้ายไปกลับรถใต้สะพาน ก่อนถึงที่กลับรถก็จะเห็นทางเข้าสนามอยู่ฝั่งตรงข้าม ขวามือ

2.ทางลาดกระบัง ง่ายที่สุด มาจากตลาดหัวตะเข้ มีป้ายเขียวบอกทางเข้าสนามบินอยู่แล้ว ลงสะพานมาปุ๊บเจอแยกไฟแดงที่เลี้ยวซ้ายไปสุวรรณภูมิ (ถ้ามาจากอ่อนนุชก็เลี้ยวขวา) เลี้ยวซ้ายตามไป ขึ้นสะพาน ลงสะพานประมาณ 200 เมตรก็เจอทางเข้าอยู่ซ้ายมือเลย
แผนที่ https://goo.gl/maps/5TCra6J4H962 (ที่เขียนว่า Suvarnabhumi 4 Road)

3.ทางบางนา ตรงเข้ามาสุดทางถนนสุวรรณภูมิ 3 (ที่เขาชอบมาปั่นเลียบรันเวย์ตอนกลางคืน) ตรงไปถึง 4 แยกไฟแดง ที่มีปั๊มอยู่ขวามือ เลี้ยวขวา สุดทางเป็นไฟแดงตรงแยกตัว T เลี้ยวซ้ายไปกลับรถ
แผนที่แบบกราฟฟิค

Sky Lane โฉมใหม่
ท่านประธานเปิดโลโก้ใหม่ Sky Lane
ที่จอดรถกว้างขวาง
 จอดปุ๊บ เจอห้องน้ำก่อนเลย^^
ห้องน้ำใหญ่โต เข้าได้ทีละ 20 กว่าคน มีที่แขวนจักรยานข้างหน้า เป็นแบบชักโครก-กระดาษชำระ ไม่มีน้ำฉีด
น้องดาวก็มา ใสกิ๊งงง^^

แล้วก็ปั่นเข้าประตูชั้นที่ 1 เขามีแยกประตูไว้ 4 ประเภทเรียงจากซ้ายไปขวาคือ
1.คนที่มี snap แล้ว ชิดซ้าย เข้าไปเลย
2.ชาวต่างชาติ หรือคนที่ไม่มีบัตรประชาชน ก็เอา passport หรือเอกสารต่างๆ มาติดต่อเจ้าหน้าที่ขอ snap ที่นี่
3.คนที่ยังไม่มี snap ก็เอาบัตรประชาชนที่มี smart card มาเสียบที่เครื่องแจก snap ที่ประตูนี้
4.บัตรประชาชนรุ่นเก่า หรือเด็กอายุต่ำกว่า 7 ปี ติดต่อที่นี่ มีเจ้าหน้าที่ รับรองได้เข้าแน่

ใครทำ snap หาย หรือไม่ได้เอามา ก็ติดต่อเจ้าหน้าที่ตรงประตู รับรอง เข้าได้ทุกคน
มีตู้รับ snap ประจำการหลายตู้
งานแบบนี้ ต้องมีหวานๆ^^
ก่อนจะเข้าสนามเรามาดูกฎกันนิดนึง

กฎข้อบังคับการใช้ Sky Lane

  • ต้องสวมหมวกกันน็อค (อีกหน่อยจะมีขายข้างหน้า)
  • ห้ามใส่รองเท้าแตะ เดี๋ยวหลุด เป็นอันตราย
  • ต้องมีอายุ 7 ปีขึ้นไป จึงจะเข้าสู่ลู่ปั่น 23.5 กิโลเมตรได้ (ต่ำกว่า 7 ปี ติดต่อหน้าประตู)
  • ห้ามพกพาอาวุธ แต่ก็ไม่ได้ตรวจอะไรพิเศษ
  • ต้องมี Snap ไม่งั้นก็เปิดประตูไม่ได้^^

ประตูชั้นที่ 2 ต้องมี snap เท่านั้นจึงจะเข้าได้ มี 5 ช่อง มีเซ็นเซอร์แปะไว้ทั้งซ้ายขวา เผื่อใครถนัดข้างไหนก็แปะข้างนั้น
เข้าไปแล้วเลี้ยวซ้าย ปั่นวนซ้าย พื้นยางมะตอยสีฟ้าสดใส ไร้รอยแตก แต่ความเรียบก็พอๆกับของเดิม
ที่เหมือนเดิมคือ ปั่นเร็วชิดขวา ปั่นช้าชิดซ้าย
มีป้ายบอกตลอดทาง
ห้องน้ำใหญ่โต ไม่ใช่ตู้ปลดทุกข์อีกต่อไป ใช้เป็นที่พักหลบแดดได้เลย
ในคู่มือตอนรับ snap บอกว่าไม่ควรปั่นเกิน 25 แต่ในสนามจำกัดความเร็วที่ 40
มีเสาไฟตลอดทางช่วยให้จักรยานที่ไม่มีสแตนจอดถ่ายรูปได้สะดวก^^
ช่วงนี้เป็นทางเข้าออกเก่าของชาวบ้าน ก็ยังคงให้เดินเข้าออกได้อยู่
ได้ถ่ายรูปกับเครื่องบินกันอีกแล้ว
ปั่นคู่กันด้านซ้าย ด้านขวาก็ยังเหลือที่ให้แซง

ตอนไปทดสอบนี่เข้าไปปั่นตอนเย็น 16.30 น. เริ่มถึงก็โต้ลมเลย ปั่นไปกิโลเดียวก็เลี้ยวซ้าย โต้ลมเบาลงหน่อย ก่อนจะถึงอีกโค้งหนึ่ง จึงจะเป็นตามลม เร่งได้เต็มที่ ขึ้น 40 ได้เลย พอโค้งที่ 3 ก็เริ่มต้านลมนิดหน่อย ปั่นช้าๆดูเครื่องบนลง หลังโค้งสุดท้ายก่อนเข้าเส้นชัยนี่โต้ลมสุดๆ 5 กม.สุดท้าย จากที่ว่าจะปั่น 2 รอบนี่มีถอดใจ^^

กลับมาใหม่ ไฉไลกว่าเดิม ปั่นเรียงได้ 4 คัน แซงกันไม่น่ามีปัญหา แต่ปั่นชิดซ้ายไว้ก่อนแหละดี

ขณะนี้ศูนย์บริการหน้าสนามกำลังก่อสร้างอยู่ ยังไม่เสร็จ ถ้าเสร็จแล้วเราก็จะได้ใช้ snap เติมเงิน ซื้ออาหารกินจากที่นี่ได้เลย ติดตามอัพเดทและข้อมูลอื่นๆได้ที่ http://bike.scb/

คำถามที่เจอบ่อย

1.ถ้าลืมเอา Snap มา จะเข้าสนามได้ไหม
ตอบ เข้าได้ แค่ไปลงชื่อในสมุด(ด้านซ้ายสุดของทางเข้าที่คนอื่นกำลังแตะ snap กัน)

2.ขาออกล่ะ ไม่มี snap จะออกยังไง
ตอบ ไปบอกเจ้าหน้าที่ที่ประตูออก เขาจะเปิดให้ออกแต่โดยดี

3.เด็กอายุต่ำกว่า 7 ปีเข้าได้ไหม
ตอบ ได้ ไปติดต่อเจ้าหน้าที่ตรงทางเข้า ช่องด้านขวาสุด