วันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

สงขลา ทะเลสวย รวยวัฒณธรรม งามล้ำเมืองเก่า (18 กม.)

จริงๆแล้วคำขวัญจังหวัดสงขลาคือ "นกน้ำเพลินตา สมิหลาเพลินใจ เมืองใหญ่สองทะเล เสน่ห์สะพานป๋า ศูนย์ค้าแดนใต้" ทริปนี้ไปเพื่อชมเมืองเก่าสงขลา ตามหาภาพวาดที่คล้ายๆกับภาพที่ปีนัง มาเลเซีย จึงเห็นแค่แหลมสมิหลา และสองทะเล คือทะเลสาบสงขลาและทะเลอ่าวไทย

เราจะปั่นวนซ้าย จึงไปทางเก้าเส้งก่อนซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวประมงเก่าแก่ ซึ่งที่นี่มีหินตั้งอยู่บนหน้าผา ประมาณว่าใกล้ตกแต่ไม่ตก ตำนวนเล่าว่า ใครผลักก้อนหินนี้ตกลงไปได้ จะได้เงินเก้าแสนที่ซ่อนอยู่ใต้หิน

วนซ้ายต่อก็เป็นทางเลียบชายทะเลแล้ว มีช่องทางจักรยานด้วย ทะเลอยู่ด้านขวา มีทิวสนให้ร่มเงา อย่ามองแต่ทะเลเพลิน เพราะด้านซ้ายมือมีจิ๊กซอว์ชิ้นแรก นั่นคือหางพญานาค เอ๊ะพญานาคอะไรมีแต่หาง ถ่ายๆรูปไป แปลกดี แล้วก็ปั่นตรงต่อไปสุดที่วงเวียนคนนั่งอ่านหนังสือ รถยนต์ไปต่อไม่ได้ แต่จักรยานยกขึ้นแล้วปั่นตรงไปได้ จะไปออกตรงนางเงือกพอดี
นั่นเกาะหนู ด้านหลังไกลๆโน่นเป็นเกาะแมว
ถ้าจะถ่ายกับนางเงือกก็คิวยาวเลย ช่วงนี้เป็นจุดไฮไลท์ของแหล่งท่องเที่ยวแล้ว นักท่องเที่ยวเยอะมาก ส่วนใหญ่เป็นมาเลเซีย ไม่ค่อยมีฝรั่ง มีประตูเมืองสงขลา รูปปั่นหนู-แมว มีของกินขาย

ปั่นต่อไปจะเจออะไรโค้งๆตั้งอยู่กลางลาน ลวดลายคล้ายพญานาค เจอแล้วจิ๊กซอว์ชิ้นที่ 2 ลำตัวพญานาค ทีนี้ก็ไปตามหาส่วนหัวที่สวนสองทะเล แหลมสนอ่อน งดงามมาก สู้เมอไลอ้อนของสิคโปร์ได้เลย คิวยาวอีกตามเคย นักท่องเที่ยวเยอะ

ได้เวลาปั่นกลับเข้าเมือง ปั่นตรงๆมาเป็นทางเลียบทะเลสาบ จนเจอกำแพงเมืองแสดงว่าใกล้ถึงย่านเมืองเก่าแล้ว กำแพงเมืองปัจจุบันเป็นกำแพงของพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติสงขลา รูปทรงสไตล์จีนโบราณสวยงามมาก
ถ้าใครมาในช่วง 9.00-16.00 น. วันพุธ-วันอาทิตย์ ก็สามารถเข้าไปชมในพิพิธภัณฑ์ได้ มีของโบราณให้ชมหลายชิ้น โรงเรียนมักจะพาเด็กๆมาทัศนศึกษาที่นี่ คุ้มค่าแน่นอน

ตรงไปนิดเดียวเป็นย่านเมืองเก่าแล้ว เห็นตึกเหลืองๆนี้หลังแรกรีบประโจนเข้าไปถ่ายรูปเลย ก่อนที่จะเจอตึกเก่าจนเบื่อเพราะข้างในมีเยอะมาก^^
ถูกใจมุมไปนเลือกถ่ายรูปตามอัธยาศัย

ย่านเมืองเก่ามีถนน 3 สายขนานกัน ถนนนางงามดังที่สุด อยู่ตรงกลาง เป็นวันเวย์ ตอนนี้เราปั่นถนนด้านขวาไปให้สุดก่อน แล้วค่อยวกกลับเข้าถนนนางงาม แล้วออกไปถนนอีกสาย

เจอแล้วรูปวาดบนกำแพงที่ช่วยเพิ่มมูลค่าให้การท่องเที่ยวสงขลามาก พอมีนักท่องเที่ยวเข้ามา คนแถวนี้ก็อยู่ได้ ร้านค้าต่างๆเลยเปิดมากมาย มีของกินชื่อดัง ร้านเก๋ๆ อยู่เพียบ

มีซอยเล็กซอยน้อยให้ลองเข้าไปค้นหาอีกเพียบ

วนกลับที่พักเจอกำแพงที่มียักษ์อยู่สี่มุม มีน้ำแดงคอยเซ่นไหว้ด้วย ชมเมืองเก่ากันเต็มอิ่มเลย ถ่ายรูปไว้เพียบ ตามตรอกซอกซอยต่างๆ ตามมุมตึก บานประตูหน้าต่าง มีอะไรสวยๆเพียบ

แผนที่เส้นทาง https://goo.gl/maps/jrrgf

ส่วนการเดินทางจะไปสงขลากันยังไงนั้น ถ้าใครไม่ได้มารถส่วนตัว เริ่มต้นก็ไปหาดใหญ่ให้ได้ก่อน จะนั่งเครื่องหรือรถไฟหรือบขส.ก็ได้ ถ้าจากสนามบิน นั่งสองแถวเข้ามาตัวเมือง ลงที่พลาซ่าก็ต่อลงมาต่อสองแถวจากตรงนั้นไปสงขลาได้เลย ถ้าจากขนส่งหรือสถานีรถไฟก็นั่งสองแถวหรือตุ๊กๆมาลงที่พลาซ่าก่อนเช่นกัน

ส่วนในเมืองสงขลามีตุ๊กๆกับมอเตอร์ไซค์รับจ้างวิ่งวนรับผู้โดยสารอยู่ ถ้าจักรยานมีปัญหาก็โบกได้ มีร้านซ่อมจักรยานกับมอเตอร์ไซค์หลายร้าน

วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2558

กฎ กติกา AUDAX Randonneurs

ระยะเวลาของการปั่นในแต่ละประกาศนียบัตรจะถูกกำหนดตามระยะทาง ดังนี้


6:40 ชม. สำหรับระยะทาง 100 กม. (เป็นเพียงระยะทดสอบ ระยะจริงเริ่มที่ 200 กม.)
13:30 ชม. สำหรับระยะทาง 200 กม.
20:00 ชม. สำหรับระยะทาง 300 กม.
27:00 ชม. สำหรับระยะทาง 400 กม.
40:00 ชม. สำหรับระยะทาง 600 กม.
75:00 ชม สำหรับระยะทาง 1,000 กม.

นักปั่นทุกคนต้องผ่านทุก Check Point ในกรอบเวลาที่กำหนด กรอบเวลานี้จะระบุไว้บนใบประกาศนียบัตรพร้อมๆกับข้อมูลของจุดเช็คพอยต์ หากนักปั่นเข้าถึงจุดเช็คพอยต์ เกินกว่าเวลาที่กำหนด ผู้จัดมีสิทธิพิจารณาให้แข่งต่อได้ ถ้าสาเหตุเกิดจากสิ่งที่คาดไม่ถึงเช่นหยุดช่วยเหลือเพื่อนนักปั่นที่เกิดอุบัติเหตุ แต่ถ้าเกิดจากปัจจัยของตัวนักปั่นเอง เช่นเหนื่อย หมดแรง หรือ จักรยานเสียหายไม่พร้อมที่จะร่วมกิจกรรมต่อไป ให้ถือว่ามาไม่ถึงจุดเช็คพอยต์ตามกำหนด ถึงแม้ว่าเขาจะสามารถเสร็จการแข่งขันภายในเวลาที่กำหนดในที่สุด แต่ผลลัพท์ก็ถือว่าไม่ผ่านตามเกณฑ์ของประกาศนียบัตร

วันพุธที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

ประเทศไทย: สุสานนักปั่น

20.30 น. 5 พ.ค. 58 ซิ่งเก๋งชนจักรยานอีกแล้ว! นักปั่นตาย1-คนขับชิ่งหนี
http://www.dailynews.co.th/crime/318930
ความวัวไม่ทันหาย ความควายก็เข้ามาแทรก โจ๋หนุ่มควบแจ๊สพุ่งชนกลุ่มนักปั่นจักรยานอีกแล้ว คราวนี้เกิดขึ้นกลางกรุง กวาด 3 ชีวิต ตาย 1 เจ็บ 2 พยานเผยคนขับเดินลงมาดูก่อนหนีหายเข้ากลีบเมฆ
- น้องกิ๊ฟ น.ส.ธัญญกร เด่นสิริมงคง อายุ 31 ปี เสียชีวิตที่โรงพยาบาล
- นายนิคม เช่นพิมาย อายุ 36 ปี ทั้งคู่อาการสาหัส
- ฆาตกรคือนายศรัณย์ อินทะนิล อายุ 23 ปี มอบตัวตอนเที่ยงๆวันที่ 6 พ.ค. พร้อมทนายสู้คดี

05.50 น. 3 พ.ค. 58 พุ่งชน"จักรยาน"ตาย 3 ศพ นศ.สาวม.ดัง"เมาแล้วขับ"
http://www.dailynews.co.th/regional/318570

นักศึกษาสาวปี 2 คณะบริหารธุรกิจ ม.ดัง ขับเก๋งวูบหลับในพุ่งชนกลุ่มนักปั่นจักรยาน ชมรมสันทราย เมืองเชียงใหม่ ดับสยองคาที่ 3 ศพ เจ็บอีก 2
- นายชัยรัตน์ ย่องลั่น อายุ 63 ปี เสียชีวิต
- นายสมาน กันธา อายุ 62 ปี เสียชีวิต
- นายพงษ์เทพ คำแก้ว อายุ 40 ปี เสียชีวิต
- นายพงษ์ศักดิ์ พลสิงห์ ได้รับบาดเจ็บ
- ว่าที่ ร.ต. สุพล คำสิงห์ ได้รับบาดเจ็บ
- ฆาตรกรคือ น.ส.ภัทร์ชุดา จายเรือน อายุ 24 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะบริหารธุรกิจ ได้รับบาดเจ็บ

14.20 น. 21 ก.พ. 58 นักปั่นจักรยานรอบโลกชาวชิลีถูกกระบะชนดับในไทย
- Mr.JUAN FRANGISGO GUILLERMO ชาวชิลี อายุ 48 ปี  เสียชีวิต
- Mrs.NG-POH LENG ภรรยาชาวสิงคโปร์ และลูกชายวัย 15 เดือน ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย
- ฆาตรกรคือ นายทิวารัตน์ ชัยพิเดช อายุ 64 ปีได้รับโทษจำคุก 2 ปี ปรับ 1,000 บาท โทษจำคุกรอลงอาญา ไม่ต้องเข้าคุก

14.30 น. 13 ก.พ. 56 สื่อนอกตีข่าว! 2 ผัวเมียนักปั่นรอบโลกถูกรถชนตายในไทย
ปีเตอร์ รูท และ แมรี่ ทอมป์สัน คู่สามีภรรยาวัย 34 ผู้ออกผจญภัยด้วยการปั่นจักรยานรอบโลกตั้งแต่เดือนกรกฎาคมปี 2011 โดยทั้งคู่ได้ปั่นจักรยานไปทั่วโลกมาแล้ว 23 ประเทศ ทั้งยุโรป ตะวันออกกลาง และจีน  ก่อนจะมาเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุรถบรรทุกชนขณะพวกเขาปั่นจักรยานบนถนนทางหลวงสาย 304  หมู่ 15 ต.เกาะขนุน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา
- นายปีเตอร์ หลุยส์ ซีเบอร์รูท อายุ 34 ปี เสียชีวิต
- น.ส.แมรี่ เอมเมลไลน์ ทอมสัน อายุ 34 ปี เสียชีวิต
- ฆาตรกรคือนายวรพงษ์ สังฆวัตร ได้รับโทษจำคุก 2 ปี ปรับ 1,000 บาท โทษจำคุกรอลงอาญา ไม่ต้องเข้าคุก

วันพุธที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2558

นั่งรถไฟจากหัวลำโพงไปปั่นชมเมืองมรดกโลกที่ปีนัง

..ทริปนี้ไปกัน 3 คน เพราะเห็นภาพจากอินเทอร์เน็ตและจากรายการ HUMAN RIDE ผสมกับที่อยากต่อยอดจากที่เคยปั่นไปเบตงแล้วอยากเอารถไปปั่นต่อที่มาเลเซีย จึงเกิดทริปนี้ขึ้น

..การเดินทางสดวกมากเพราะนั่งรถไฟต่อเดียว สายกรุงเทพ-บัตเตอร์เวิร์ธ ค่าโดยสารประมาณ 1,000 บ. ส่วนที่พักจองล่วงผ่านเว็บประมาณ 1,000 บ.เหมือนกัน (ทราบจากเพื่อนที่นำจักรยานไปปั่นปีนัง ถ้าเป็นจักรยานพับไม่เสียค่าระวาง ..เที่ยวไปฝั่งไทยผมก็ไม่โดนนะ แต่โดนจนท.มาเลย์มาเก็บ (ไม่มีใบเสร็จ) ตอนผ่านด่านเข้ามาเลย์ไปคันละ 10 RM=100 บ. ส่วนขากลับไม่โดนจนท.มาเลย์เก็บ แต่ตอนผ่านด่าน จนท.ไทยบอกให้เอาไปไว้ตู้สัมภาระเสียค่าระวางไป 100 บ.)




..รถไฟสายนี้ผ่านด่านที่ปาดังเบซาร์ ต้องลงมาเขียนเอกสารนิดหน่อยพวกชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ เลขวีซ่าฯ ตรวจกระเป๋าอีกนิดหน่อยพอเป็นพิธีก็กลับขึ้นรถไฟได้เลย

..ออกเดินทางจากหัวลำโพง 14.45 น.ถึงบัตเตอร์เวิร์ธ 12.55 น. พอถึงปรับเวลาเพิ่ม 1 ชั่วโมงนะครับ จากนั้นก็ปั่นไปท่าเรือเฟอร์รี่เพื่อข้ามไปเกาะปีนัง ใกล้กันนิดเดียว ซื้อตั๋วคน+จักรยาน 1.4 RM (ค่าเงินช่วงนี้1RM=9บ.) เสียเที่ยวเดียวขากลับฟรีครับ

..พอถึงฝั่งปีนังก็หาร้านขายโทรศัพท์เปลี่ยนซิมทันที หมดไปอีก 500 บ. จากนี้ก็ปั่นเล่นเลย โดยจะหาแผนที่ได้ตามร้านเช่าจักรยานหรือร้านค้าแถวนั้นได้เลย ที่โรงแรมทุกแห่งก็น่าจะมีครับ

..เรื่องของจักรยานที่โน่นมีให้เช่าเยอะนะครับ ทั้งที่โรงแรม (สอบถามกับโรงแรมก่อน บางโรงแรมก็ไม่มี) และตามร้านเช่าจักรยานซึ่งมักเปิดอยู่ใกล้จุดที่มี Street Art ไม่จำเป็นต้องเอาไปก็ได้ จะได้สดวกไปอีกแบบ ^^

..ส่วนเรื่องแลกเงิน ถ้าไม่ได้แลกไปก่อนก็ไปแลกกับพนักงานบนรถไฟได้ (พอใกล้ถึงด่านเค้าจะเปิดเผยโฉมหน้าขึ้นมาเอง 55) ราคาแลกเปลี่ยนก็ ok ครับ แลกได้ ..ส่วนที่ปีนังก็มีร้านให้แลกครับ ไม่ต้องกังวล ^^

รีวิวทริปโดยคุณ Sunsern Ismail Moonsap

วันเสาร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2558

วัดสมานรัตนาราม - ตลาดน้ำบางคล้า - วัดปากน้ำโจ้โล้ - อุทยานพระภิฆเนศ (37 กม.)

ตามสไตล์ทริปของเรา เน้นเที่ยว ไม่เน้นระยะทาง^^ เลยวางเส้นทางไว้สั้นๆ มือใหม่ก็ปั่นได้สบาย เราเน้นเที่ยวชิลๆมากกว่าทรมานบันเทิง เพราะช่วงนี้เที่ยงๆอากาศร้อนมาก เลยเอารถมาจอดที่วัดสมาน ถ้าเรามาก่อน 9 โมง ที่จอดรถเยอะมาก หาที่ร่มจอดได้เลย แต่ถ้าหลัง 9 โมง รถของคนที่มาเที่ยววัดจะเริ่มเข้ามาเยอะ แต่ก็ควรจะมาสัก 7-8 โมง จะได้เริ่มปั่นเช้าๆอากาศสดชื่น

แผนที่เส้นทาง
แผนที่เส้นทางปั่นจักรยาน วัดสมานรัตนาราม - ตลาดน้ำบางคล้า - วัดปากน้ำโจ้โล้ - อุทยานพระภิฆเนศ

https://goo.gl/maps/GCrR9

วัดสมานรัตนาราม ฉะเชิงเทรา

ยกจักรยานลงจากรถ จัดแจง set-up เปิด endomondo เรียบร้อย จูงเข้าไปถ่ายรูปในวัดสมานก่อน มีวัตถุมงคลใหญ่ๆโตๆสวยๆงามๆมากมาย ทั้งพุทธ พราห์ม อินเดีย จีน มีหมด แล้วออกจากวัดสมานปั่นวนซ้าย ผ่านร้านกุ้งแม่น้ำ หมายตาไว้ก่อนร้านไหนตัวใหญ่ๆไม่แพง เดี๋ยวตอนเที่ยงจะกลับมากิน^^ ข้ามสะพานไปจนถึง 4 แยกที่เป็นทางเลียบคลองชลประทาน(มีถนนอยู่ 2 ฝั่งคลอง) เลี้ยวซ้ายปั่นถนนบนตลิ่งคลอง ทางนี้จะผ่านค่ายมวยป.ประมุข ของพี่บัวขาวด้วยนะ ปั่นไปจนเกือบสุดทาง ดูป้ายวัดสาวชะโงกไว้

เลี้ยวขวามาตามป้ายจะเริ่มร่มรื่นหน่อย ผ่านเส้นทางคดเคี้ยว วัดสาวชะโงกจะอยู่ริมแม่น้ำบางปะกง มีท่าน้ำ แวะพักชมวิวก่อนได้ แถวนี้จะเป็นชุมชนเล็กๆเก่าๆดูเงียบสงบ มีศาลเจ้าและโรงเจสถาปัตยกรรมจีนสวยๆ

แวะถ่ายรูปเล่นแถวนี้ ถัดไปจะเป็นเส้นทางผ่านสวนและบ่อกุ้ง สวยงามโดยเฉพาะสวนหมากที่ขุดเป็นท้องร่อง ปลูกว่านหางจรเข้แซม

ปั่นตามทางหลักไปเรื่อยๆจะถึงวัดใหม่บางคล้า หน้าวัดก็มีบ้านไม้เก่าๆคลาสสิคๆที่เหมาะกับ #ฮิปสเตอร์อย่างเรา จะถ่ายรูป แล้วก็เลาะสวนตามถนนเส้นหลักไปเรื่อย อยากถ่ายรูปวิวสวน วิวบ่อกุ้ง ตรงไหนก็จอดได้เลย รถไม่เยอะ จนจะเข้าเขตตัวอำเภอบางคล้า แวะเข้าชมวัดโพธิ์บางคล้าก่อน

วัดเก่าแก่สมัยพระเจ้าตาก ต้นไม้ใหญ่เยอะดี มีไก่เต็มเลย มีโบสถ์เก่าแก่เหลืออยู่ 1 แห่ง

วัดโพธิ์บางคล้า
เสร็จแล้วปั่นเข้าไปในตัวเมือง พยายามเลี้ยวซ้ายเข้าเส้นที่ใกล้แม่น้ำที่สุด จะเห็นบ้านเรือนเก่าๆสวยดี ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองก็เป็นศาลเจ้าจีนสวยงาม
มะม่วงสวนบางคล้า

แถวนี้มีมะม่วงสดจากสวนมาวางขาย ถ้าจะกินเลยเขาไม่ขาย แม่ค้าบอกว่าให้ทิ้งไว้ 2 วันค่อยกินจะหวานอร่อย กินเลยมันเปรี้ยว โลนึงได้แค่ 2 ลูกครึ่ง เลยไปอีกนิดก็เป็นตลาดน้ำบางคล้าแล้ว ไม่ต้องนึกว่ามันจะเป็นตลาดโบราณร้อยปี มันเป็นเพียงตลาดที่อยู่บนแพเหล็กลอยน้ำ หาได้มีความโบราณอะไรไม่ ความโบราณอยู่ที่ชุมชนภายนอกมากกว่า ลงไปหาอาหารกินในแพ อาหารหลักที่นี่ก็เป็นปลาเผา กุ้ง หมึก น้ำมะพร้าว ฯลฯ ของ 90% จะเป็นอาหาร สามารถเข้าห้องน้ำได้ที่วัดหน้าแพ
อำเภอบางคล้า

กินกันอิ่มก็เดินทางต่อ ปั่นวนซ้ายไปตลาดน้ำโจ้โล้ที่เหมือนเขาเอาถังสีทองไปเทจากบนหลังคาราดลงมาให้โบสถ์ทั้งหลังเป็นสีทอง ทุกอย่างทองหมด แล้วก็ออกจากวัดวนซ้ายเป็นหมู่บ้านน้ำตาลสด หวานเจี๊ยบ ดื่มเพิ่มพลังปั่นได้

พอจะถึงสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกง ซ้ายมือจะเริ่มเห็นพระพิฆเนศสีดำยืนอยู่ เหมือนจะใกล้ แต่ปั่นเข้าไป 2 ก.ม. บรรยากาศเหมือนที่อินเดีย มีการเปิดเพลงอินเดียกล่อม หน้าลานมีตลาดขนาดย่อม เป็นสินค้าจากสวน น้ำมะพร้าวแช่เย็นห้ามพลาด ลูกละ 10 บาทเอง
อุทยานพระพิฆเนศสำริด องค์ใหญ่ที่สุดในโลก

ออกจากพระพิฆเนศทีนี้จะเป็นการลุยสวน จากที่ก่อนหน้านี้เป็นทางลาดยางล้วนๆ ตรงฝั่งตรงข้ามทางเข้าพระพิฆเนศ เป็นทางลูกรังที่กว้างประมาณ 1 เลน โรยด้วยหินกรวดก้อนใหญ่ๆ เข้าไปเลย ได้ลุ้นว่ายางจะรั่วหรือไม่^^ ลุยกลางสวนมะพร้าว มีหมา 3 ตัวจาก 1 บ้านในสวนมะพร้าวมาเห่าต้อนรับ ไปต้องกลัว มันเห่าเราหยุดปั่น หันหน้าสู้เข้าไว้ พอก้มลงหยิบหินทำท่าจะขว้างมันก็ถอย เราก็ปั่นไปเรื่อยๆตามแผนที่
เขื่อนบางปะกง

เป็นทางลูกรังอยู่ 2-3 ก.ม. ก็เป็นลาดยางเรียบๆเหมือนเดิม เสียดายมาถึงตรงนี้ตอนเที่ยงๆเริ่มบ่ายกำลังร้อน ไม่งั้นเส้นทางนี้จะชิลมาก ทางจะพาเราไปออกเส้นใกล้ถึงวัดสมานอีกแค่ 2-3 ก.ม. ก็ปั่นผ่านเขื่อนบางปะกงไปหน้าวัดสมานตามเส้นที่เราขับรถมา
กุ้งแม้น้ำ หน้าวัดสมานรัตนารามฉะเชิงเทรา

ก็ได้เวลาไปกินกุ้งแม่น้ำร้านที่หมายตาไว้ มีตั้งแต่โลละ 200 ขึ้นไปตามไซส์ของตัวกุ้ง ถ้าโลละ 350 บาท ก็จะได้ 14 ตัว กินกันหายอยาก แล้วก็เข้าวัดสมานไปที่จอดรถเป็นอันจบทริป ถึงตอนนี้จะเห็นรถยนต์เนืองแน่น จอดเลยออกมาจะถึงปากทางแล้ว

วันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

อุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับทัวริ่ง

รายการอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องเตรียมถ้าคิดจะปั่นทัวริ่งออกทริปยาวๆ เอาไว้เช็กกันนะว่าเตรียมครบหรือเปล่า กันลืม แต่อันไหนคิดว่าไม่จำเป็นก็ตัดออกได้

  1. ไฟหน้า ไฟท้าย
  2. กระบอกน้ำ เติมน้ำให้เต็ม
  3. อุปกรณ์ซ่อมรถเบื้องต้น ยางใน ประแจหกเหลี่ยม ประแจเบอร์ 10,15 ไขควง อุปกรณ์ปะยาง
  4. ยางนอกขอบพับ สำหรับใครที่ใช้ยางนอกขนาดแปลกๆ
  5. ที่สูบลมพกพา
  6. ถ้าต้องค้างคืนกางเต๊นท์ก็โทรเช็คก่อนว่ามีให้เช่าหรือเปล่า ถ้าไม่มีก็เตรียมไปด้วย
  7. อุปกรร์กันน้ำ ยาสีฟัน สบู่ แชมพู
  8. ผ้าเช็ดตัว
  9. เสื้อกันฝน แบบบางๆเบาๆ ซือใน 7-11 อันละ 20 บาท
  10. เสื้อผ้าที่ใส่ปั่นควรเป็นผ้าที่แห้งเร็ว
  11. รองเท้าแตะ
  12. หมวกกันน็อค
  13. ปลอกแขน
  14. ถุงเท้า
  15. ยาสามัญประจำบ้าน ปลาสเตอร์แปะแผล เบตาดีน ผงเกลือแร่
  16. ชุดชั้นใน
  17. ถุงพลาสติก
  18. โทรศัพท์ Power Bank
  19. แว่นตา กันฝุ่น กันแมลง

 ถ้าไปด้วยกันหลายคนอันไหนที่ใช้ร่วมกันได้ก็เอาไปคนเดียวพอ เช่นเต๊นท์ ถ้านอนได้ 2 คนก็เอาไปหลังเดียวพอ แต่ต้องนัดกันดีๆ อย่าหวังพึ่งเพื่อนอย่างเดียว

วันเสาร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2558

วนรอบพุทธมณฑล เลียบคลอง ท่องตลาดดอนหวาย (16 กม.)

ทริปนี้ไม่เน้นระยะทาง เน้นไปช็อปไปกิน เพราะฉะนั้น เตรียมจักรยานที่พร้อมบรรทุกสัมภาระไปด้วย^^

เริ่มจากเอาจักรยานใส่รถไปจอดในพุทธมณฑล จอดตรงไหนก็ได้ที่เขาจอดกัน อย่าให้เปลี่ยวนัก
(หรือใครจะปั่นจากสถานี BTS บางหว้าก็ 20 ก.ม.ถึงพุทธมณฑล) ปั่นวนเล่นในพุทธมณฑลสักรอบก็ดี บรรยากาศดี ต้นไม้เยอะ เมื่อจักรยานพร้อมก็ปั่นออกประตูหน้าที่เราเข้ามา แล้วก็เลียบซ้ายมือ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนติดคูน้ำรอบพุทธมณฑล ขี่ตรงไปเรื่อยๆ ต้นไม้สองข้างทางร่มรื่นมาก
เส้นทางสี่เหลี่ยมรอบพุทธมณฑล

ตรงไปถึงทางเลี้ยวจะเห็นสะพานเล็กๆที่ไปได้เฉพาะจักรยานกับมอเตอร์ไซค์ ก็ไปทางนั้นเลย ออกมาข้างนอกล่ะ จะเห็นว่ามันมีคลองเล็กๆขวามือ เราจะปั่นเลียบคลองนี้ไปเรื่อยๆจนสุดทางลงแม่น้ำเจ้าพระยาที่ช่วงที่ผ่านจังหวัดนครปฐมเขาเรียกว่าแม่น้ำท่าจีน

เป็นทางปูนเลียบคลอง ตรงไปไม่ถึงกิโล ต้องข้ามถนนใหญ่ที่กำลังก่อสร้าง ก็ดูจังหวะรถให้ดีๆ ปกติจะมีมอเตอร์ไซค์ข้ามเป็นเพื่อน ข้ามไปอีกฝั่งก็ยังเลาะคลองเส้นเดิม ชมวิวด้านขวา บ้านริมน้ำ มีทุ่งนา วิวด้านซ้ายขะผ่านสวนกล้วยไม้ใหญ่ๆ แอบชะโงกเข้าไปดูได้^^

เลาะคลองไปสุดทางเจอถนนใหญ่ 2 เลนสวนขวางทาง นั่นคือถนนเส้นหน้าวัดดอนหวาย เลี้ยวซ้ายไปก็จะเจอทางเข้าตลาด จูงจักรยานเข้าไปเดินในตลาดได้เลย ดูส่วนที่คนไม่แน่นนะ ถ้าคนแน่นก็อย่าจูงเข้า ไปจอดมัดรวมกันทิ้งไว้ริมแม่น้ำก็ได้
แผนที่จากพุทธมณฑลไปตลาดดอนหวาย

แผนที่ขาไป
https://goo.gl/maps/GkQjI

ช้อปปิ้งหนำใจ กินข้าวอิ่มหนำสำราญ ก็ได้เวลากลับ เลาะคลองเส้นเดิม ข้ามสะพานเล็กๆเข้าเส้นรอบพุทธมณฑลเส้นเดิม แต่คราวนี้วนไปอีกทางให้ครบรอบ 4 เหลี่ยมรอบพุทธมณฑล เส้นนี้จะเจอเพื่อนนักปั่นเยอะแยะ รวมระยะทางไปกลับทั้งหมดประมาณ 16 ก.ม.

แผนที่ขากลับ
https://goo.gl/maps/JHHO4