วันจันทร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2556

ปั่นชมทุ่ง มุ่งบ้านลำยอง (35 ก.ม.)

ทริปนี้เราจะเริ่มจากสวนสาธารณะหนองจอก จะเอาจักรยานใส่รถมาแล้วมาจอดที่นี่ก็ได้ มีที่จอด มีรปภ. ถ้าที่จอดรถเต็มก็สามารถจอดในโรงพยาบาลฝั่งตรงข้าม หรือริมถนนด้านหน้าได้เลย

ระยะทาง 35 ก.ม. ปั่นเล่นๆ ชมวิว หยุดถ่ายรูปบ่อยๆ ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ความเร็วเฉลี่ยๆแค่ 10 กว่าๆ พาลูกพาหลานไปปั่นเล่นกันได้ ไม่อันตราย

จากสวนสาธารณะหนองจอก มุ่งหน้าตลาดหนองจอก วิ่งตัดผ่านตลาดหนองจอกไปออกถนนเลียบคลอง 13 ถนนลาดยางใหม่ เรียบ เป็นทางตรงยาวๆ รถน้อย ฝึกปั่นทางไกลกัน 12 ก.ม. แวะพักครึ่งทางที่วัดแสนเกษมก่อนก็ได้(มีที่ให้อาหารปลาหน้าวัด) 

แล้วไปต่อเกือบสุดทางจะเห็นป้ายเลี้ยวซ้ายเข้าวัดพืชอุดม(มีจุดให้อาหารปลาเหมือนกัน) 

พักเข้าไปชมนรกสักครู่ ออกจากวัดเลี้ยวขวาตรงไปเรื่อยๆจะไปสุดที่ชุมชนตลาดคลอง 12 เลย 

ปั่นเข้าไปบนทางปูนในชุมชนได้เลย แล้วก็จะเข้าไปย่างตลาดเก่าที่เป็นสถานที่ถ่ายทำละคร ถ่ายรูปกับบ้านลำยองตามอัธยาศัย เข็นจักรยานข้ามสะพานไม้ไปอีกฝั่ง มีร้านกาแฟโบราณที่นักปั่นชอบมานั่งกินกัน ทะลุตลาดโบราณไปอีกฝั่ง เลี้ยวขวาขึ้นสะพาน ลงสะพานปั๊บเลี้ยวซ้ายเลย จะเป็นถนนมุ่งตรงไปโบสถ์พระวิสุทธิวงศ์ เข้าไปชมด้านในได้ มีภาพวาดบนเพดานสวยดี 

กลับออกมาทางเดิม ข้ามสะพานแล้วเลี้ยวขวา(ตามแผนที่) 2-3 กิโลมีทางให้เลี้ยวซ้ายเขาเส้นที่เป็นเหมือนถนนในหมู่บ้านจัดสรรร้างๆ ทะลุข้างหลังเป็นถนนดินลูกรังไม่ถึงกิโล แล้วก็จะเป็นวิวหมู่บ้านชนบทริมทุ่งนา 

ก่อนกลับสวนสาธารณะ ถ้ายังไมมืดมากก็แวะไปดูสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยสักหน่อย

ถนนโดยรวมเป็นถนนลาดยาง 99% มีลูกรังช่วงสั้นๆ จักรยานทุกประเภทไปได้  

วันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2556

พระสมุทรเจดีย์ - ป้อมพระจุล - วัดทองรำไพ (20 ก.ม.)

       ทริปง่ายๆใครๆก็ปั่นได้ 20 ก.ม. จากพระสมุทรเจดีย์ ไปดูเรือรบที่ป้อมพระจุลฯ ปั่นริมน้ำไปวัดทองรำไพ กับมากินข้าวหมกไก่โบราณ
 
       ถ้ามาจากวงเวียนใหญ่ให้มาทางถนนตากสินตรงมาเรื่อยๆสุดถนนตากสินจะต่อกับถนนสุขสวัสดิ์ตรงมาจนสุดทาง ปลายของถนนสุขสวัสดิ์จะเป็นพระสมุทรเจดีย์พอดี จอดรถที่นี่ได้มีวิวสวยๆริมน้ำให้ถ่ายรูปเยอะแยะ
       เสร็จแล้วก็ปั่นย้อนกลับไปเลี้ยวซ้ายตางไปป้อมพระจุลฯ ถนนลาดยางแต่ค่อนข้างขรุขระหน่อย ปั่นเลียบซ้ายไปเรื่อย รถไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ ตรงอย่างเดียวก็จะสุดที่ทางเข้าป้อมพระจุลพอดี
 
       ป้อมพระจุลจอมเกล้าสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยร.5 เพื่อป้องกันการรุกรานของอังกฤษและฝรั่งเศส เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์เรือรบหลวงแม่กลอง ปลดระวางเมื่อปี 2539 เอามาตั้งบนบกให้คนเข้าไปเดินดูได้ คล้ายๆเรือหลวงจักรีนฤเบศรที่สัตหีบ ใกล้ๆกันยังมีอนุสาวรีย์ร.5 และด้านหน้ามีลานแสดงปืนแบบต่างๆของกองทัพเรือปั่นเข้าไปชมได้เลย

 
       ด้านหน้าใกล้ๆกันมีทางเดินศึกษาธรรมชาติไม่ยาวนัก ปั่นเข้าไปได้เช่นกัน
      ทางเข้าวัดทองรำไพอยู่ด้านหน้าทางเข้าป้อมพระจุล ตรงตีนสะพาน เป็นทางปูนแคบๆพอให้มอเตอร์ไซค์กับจักรยานผ่านได้ รถยนต์หมดสิทธิ์ชาวบ้านที่นี่จะนั่งเรือเป็นหลัก มีรั้วกันให้ปั่นแบบไม่เสียวนักบางช่วงจะเป็นสะพานไม้ให้วิบากเล็กๆ

แผนที่ประกอบการเดินทาง
(เนื่องจากแผนที่ google ไม่อัพเดท ไม่มีถนนไปยังวัดทองรำไพ จริงคือแยกจากจุด C ไปทางซ้ายมือ ไป-กลับประมาณ 5 กิโลเมตร)

วันเสาร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ปั่นตั้งแต่รังสิตไปจนติดบางปะอิน 50 ก.ม.

สำหรับมือใหม่ที่อยากลองปั่นไปเที่ยวต่างจังหวัด การปั่นออกจากบ้านไปถึงต่างจังหวัดอาจจะไกลเกินไป ลองใช้ Google Maps ให้เป็น จะรู้ระยะทางว่าจากไหนไปไหน ระยะทางกี่กิโล

ทริปนี้เราจะไปพระราชวังบางปะอิน ลองลากเส้นทางดูใน Google Maps จากบางปะอินมารังสิตแถวๆ Workpoint Studio ไป-กลับได้ระยะทาง 50 ก.ม.พอดี (แผนที่) ที่จริงมีทริปกลุ่มใหญ่มือใหม่ปั่น 100 โลจาก Workpoint ไปอยุธยาจัดโดยลุงโทและพี่ๆกลุ่ม Novice กันทุกเดือน แต่เนื่องจากเรามือใหม่กว่านั้น(หรือไม่มีเวลาทั้งวัน)เอาแค่ 50 ก.ม.พอ

ใครที่ปั่นจากบ้านไกลไป ก็เอาจักรยานใส่รถมาจอดที่ข้างๆ Workpoint หรือ จอดริมถนนฝั่งตรงข้าม workpoint ได้ตลอดแนว ปกติเสาร์-อาทิตย์มีนักปั่นใช้ที่นี่เป็นจุดเริ่มต้นออกทริปกันเยอะอยู่แล้ว ไม่อยากร้อนก็เริ่มกันเช้าๆ สัก 7-8 โมง เอาจักรยานลงจากรถตรวจเช็ก set up จักรยานเรียบร้อยก็ปั่นกันเลย

ปั่นตรงตามถนนเลียบคลองเปรมไปเรื่อยๆ จนสุดทางเข้าถนนใหญ่ เลี้ยวขวาข้ามสะพาน ตรงไปตามถนนใหญ่เรื่อยๆ ไปจนถึง 4 แยก ก็จะเป็นป้ายเลี้ยวซ้ายไปพระราชวังบางปะอินแล้ว ตรงไปเรื่อยๆ หัวโค้งจะเป็นร้านกุ้งแม่น้ำชื่อดัง ถ้าใครมาถึงตอนเกือบๆเที่ยงก็กินกันก่อนได้ ถ้ามาบ่ายแก่ๆเย็นๆกุ้งหมดแล้วแน่นอน

เลี้ยวขวา เลี้ยวซ้าย ไปจอดตรงที่จอดรถของวัง เขาไม่ให้เอาจักรยานเข้าไปในวัง(เนื่องจากกลัวจะไม่มีใครเช่ารถกอล์ฟของวัง^^) ต้องเตรียมที่ล็อคจักรยานไปเอง หาเสาล็อคเอาเอง ไม่มีที่จอดจักรยาน แต่ที่ผ่านมาก็ยังไม่เห็นข่าวจักรยานใครหาย
ค่าเข้าชมคนไทย 30 บาท ต้องสวมกางเกงขายาวเลยเข่าเท่านั้น ใครใส่สั้นก็มีกางเกงให้ยืมใส่ทับ ข้างในวังสวยมาก ใครไม่เคยมารับรองคุ้ม เดินเข้าไปถ่ายรูปเล่นให้ครอบทุกพระตำหนัก ไฮไลท์ที่สำคัญคือหอคอย เดือนเรื่อยๆใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง
ออกจากวังก็ปั่นกลับทางเดิม เลี้ยวซ้ายผ่านร้านกุ้งแม่น้ำ ถึงสี่แยกเลี้ยวขวา ข้ามสะพานก็เลี้ยวซ้ายเข้าถนนเลียบคลองเปรมเส้นทางเดิม ถ้าไปเช้าๆกลับเที่ยงๆขาไปจะโต้ลมขากลับจะปั่นสบายกว่า(แล้วแต่ฤดูด้วยมั้ง)

ความเร็วที่เหมาะสำหรับมือใหม่คือ 20 ก.ม./ช.ม.(มือใหม่ที่คิดจะออกทริปไกลๆควรจะไปซื้อไมล์มาติดจักรยานซะ เอายี่ห้อ Cateye แบบมีสาย ทนดี อันละประมาณ 650 บาท) ปั่นสัก 10 ก.ม.พัก 15 นาที รวมเวลาเที่ยวและแวะกินข้าวด้วยก็จบทริปได้ในครึ่งวัน

วันเสาร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ท่าฉลอมกับมหาชัย จะคิดทำไมว่าไกล ขึ้นรถไฟไปดีกว่า

ไปขึ้นรถไฟที่สถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ เป็นรถไฟฟรี มีรถออกเกือบจะทุก 1 ชั่วโมง ตั้งแต่เที่ยวแรก 5.30 น. วันละ 8 รอบ จนถึงเที่ยวสุดท้ายประมาณ 20.00 น. ถ้ามาจาก BTS วงเวียนใหญ่ ก็ตรงไปถึงถึงแยก เลี้ยวขวามุ่งหน้าวงเวียนใหญ่ สถานีรถไฟจะอยู่ซ้ายมือ เดินเข้าไปจากถนนแค่ 10-20 เมตร ไปรับตั๋วได้เลย ส่วนจักรยาน เจ้าหน้าที่จะเดินเก็บค่าระวางสัมภาระขนาดใหญ่บนรถไฟ ถ้าเป็นแบบพับจะเสียเที่ยวละ 10 บาท ถ้าแบบไม่พับอาจจะโดน 100 บาท


รถไฟค่อยๆแล่นผ่านสถานีเล็กสถานีน้อย โคลงเคลงไปมา เพราะดูรางแล้ว แทบจะจมไปกับพื้น ผู้โดยการเป็นแรงงานพม่าก็เยอะ เพราะสมุทรสาครเป็นแหล่งทำงานของพวกเขา เราไปลงที่สุดสายสถานีมหาชัย ต่อไปไม่ได้แล้วเพราะมีแม่น้ำกั้น เขาไม่ได้สร้างทางรถไฟข้ามแม่น้ำ เราจึงต้องลงแล้วปั่นผ่านตลาดไปท่าเรือ ลงเรือแสนง่าย เพราะปกติมีมอเตอร์ไซค์ใช้ข้ามฟากกันเป็นประจำอยู่แล้ว (ค่าบริการประมาณ 6 บาท)

ท่าฉลอมเป็นเหมือนเกาะเล็กๆกลมๆ มีหอนาฬิกาเป็นศูนย์กลาง ปั่นวนเล่นให้ทั่วก็ไม่นาน ดูเงียบสงบดี มีเรือลำใหญ่ๆเป็นวิวให้ถ่ายรูป ปลาหมึกตากแห้งกลิ่นตลบอบอวล วัดช่องลมสวยดี โบสถ์คริสนักบุญอันนาในโรงเรียนอันนาลัยก็สวย ศาลเจ้าจีนก็เยอะ มีเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่ในอุทยานพระโพธิสัตย์กวนอิม

ใครมีเวลาทั้งวันก็ปั่นต่อไปสถานีรถไฟบ้านแหลม ต้นสายของฝั่งนี้ที่ต่อจากสถานีมหาชัย
ขึ้นรถไฟจากบ้านแหลมไปแม่กลอง โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้กำหนดเส้นทางวงเวียนใหญ่-มหาชัย-บ้านแหลม-แม่กลอง เป็นเส้นทางส่งเสริมการท่องเที่ยวทางรถไฟ ลวดลายที่วาดบนโบกี้รถไฟสวยดี นั่งไปจะผ่านตลาดร่มหุบ ซึ่งถ้าเราอยู่บนรถไฟก็ไม่ค่อยเห็นอะไรเท่าไหร่ เพราะจะชะโงกออกไปก็ไม่ได้ เดี๋ยวหัวกระแทกกับร้านค้า ต้องไปลงที่แม่กลองก่อน แล้วค่อยปั่นมาชมวิว รดรถไฟขบวนใหม่มา

สถานีแม่กลองก็เป็นสถานีสุดสายที่แม่น้ำ จากสถานีปั่นตรงไปเรื่อยๆจะเป็นแม่น้ำแม่กลอง ถ้าปั่นย้อนกลับก็เป็นตลาดร่มหุบ

ถ้ามีแรงเหลือสามารถปั่นต่อไปตลาดน้ำอัมพวาได้ ห่างจากสถานีแม่กลองแค่ 8 ก.ม. (แผนที่เส้นทาง) ถ้าแดดไม่ร้อนมากก็แวะไปได้ น่าจะกลับมาทันนั่งรถไฟกลับกรุงเทพ

วันพุธที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ไปตัวเปล่า เช่าจักรยานปั่นที่ภูเก็ต

คุณรู้หรือไม่ ภูเก็ตติดอันดับโลก 10 เมืองที่น่าจะมีจักรยานให้เช่า แต่ไม่มี เมืองท่องเที่ยวอันดับต้นๆของไทย นักท่องเที่ยวเพียบ แต่ไม่มีจักรยานให้เช่า เป็นไปได้ไง มันเป็นไปแล้ว ที่ว่าไม่มีคือไม่มีจักรยานดีๆให้เช่าแบบที่ทำเป็นธุรกิจ มีเพียงจักรยานให้เช่าปั่นออกกำลังกายในสวนสาธารณะเท่านั้น

ถ้าคุณไปเที่ยวภูเก็ตโดยเครื่องบินหรือรถทัวร์ จะหาจักรยานคุณต้องต่อรถสองแถวเข้าตัวเมือง แล้วต่อมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปสะพานหิน หน้าสวนสาธารณะมีร้านให้เช่าจักรยาน สภาพก็มือสองญี่ปุ่นเยินๆทั่วไป พอปั่นได้ ปั่นออกกำลังกายในสะพานหินคิดชั่วโมงละ 30 บาท แต่ถ้าจะเอาออกไปปั่นข้างนอกเขาคิดเป็นวัน วันละ 200 (ขืนคิดเป็นชั่วโมงก็จ่ายกันอ้วก) กับสภาพรถแบบนี้ถือว่าแพง แต่ทำไงได้ ก็เมืองนี้เขาติดอันดับโลก

ถ้ายังไม่ได้เช็กอินที่พักก็ปั่นไปกาที่พักเช็กอินก่อน ถ้าเช้าเกินไปก็ฝากสัมภาระกับเขาไว้ก่อน ตอนค่ำๆค่อยกลับมา

ไปภูเก็ต แน่นอนว่าที่ที่ต้องไปคือไปดูพระอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพ แต่กว่าจะตกก็เกือบ 6 โมง ถ้าเราไปแต่เช้าก็มีเวลาปั่นไปเที่ยวที่อื่นก่อน สถานที่ที่ควรไปอย่างยิ่งคือย่านเมืองเก่า ชมสถาปัตยกรรมชิโนโปรตุกีส คลาสสิคมาก น้องๆมะละกาเลย มีลิสต์ตึกเก่าสวยงามประมาณ 10 ตึกให้เราปั่นไปตามหา

เสร็จแล้วควรจะวนไปทางแหลมพันวา โดยตามป้ายรีสอร์ทดังศรีพันวา ประมาณ 10 ก.ม. ก่อนทางเข้าศรีพันวาจะเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่รับรองว่าคุ้มค่ากับค่าเข้าชม 50 บาท

ออกจากอควาเรี่ยมวนไปทางช่องเขาขาด ซึ่งเป็นเนินสูงมาก ค่อยๆปั่นไปเข็นไป จะไปทะลุตรงอ่าวยนต์ หาดทรายน้ำใสเงียบสงบเหมาะที่จะพักเล่นน้ำเป็นอย่างยิ่ง

เล่นน้ำเสร็จก็ได้เวลาปั่นไปดูพระอาทิตย์ตกดินแหลมพรหมเทพตอนใกล้ๆถึงแหลมก็เป็นเนินสูงเหมือนกัน ไม่ไหวก็เข็น แต่ไม่น่าเป็นปัญหาสำหรับขาแรง ขึ้นไปชมวิวปั่นกลับที่พัก กลางคืนก็ปั่นไปหาอะไรกินกับชมเมืองยามค่ำคืน ย่านเมืองเก่ามีการประดับไฟ สวยไปอีกแบบ

ตื่นเช้าปั่นกลับไปคืนจักรยานที่สะพานหินที่เดิม แล้วโบกมอเตอร์ไซค์รับจ้างเข้าเมือง นั่งสองแถวไปขนส่งหรือสนามบิน เป็นอันจบทริป ขอรับรองว่าทริปนี้ทำได้จริง คอนเฟิร์ม!

แผนที่เส้นทาง http://bit.ly/BikePhuket

วันเสาร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2556

เกาะยาวน้อย ปั่นชมวิวสุดสวย (24 ก.ม.)

เกาะเล็กๆเงียบสงบในจังหวัดพังงา นักท่องเที่ยวไม่พลุกพล่านเกินไป ส่วนใหญ่ฝรั่งชอบมาพักระยะยาวที่นี่ ชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นมุสลิมอัธยาศัยดี มีฐานะเป็นอำเภอ มีโรงเรียน โรงพยาบาล สถานีตำรวจบนเกาะ รถยนต์บนเกาะมีน้อย เหมาะที่จะปั่นจักรยานอย่างยิ่ง

เส้นทางรอบเกาะประมาณ 20 ก.ม. ส่วนใหญ่เป็นทางเรียบ มีเนินที่มือใหม่น่าจะปั่นไม่ไหวอยู่ 2 เนิน คือเนินท่าเขากับเนิน Six Sense (รีสอร์ทไฮโซที่โรนัลโด้เคยไปพัก)ใช้เข็นเอา แต่สำหรับขาแรงจอมพลังล่ะก็ ได้ปั่นขึ้นเนินนี้สนุกมาก ถนนรอบเกาะเป็นทางปูน+ลาดยาง 90%

ใครอยากลุยแทร็คมีเส้นทางเข้าป่าให้ลุย กับเส้นตัดกลางเกาะจากแถวๆโรงพยาบาลไปออกริมทะเล ต้องปั่นทางดินขึ้นภูเขา ผ่านสวนยาง อากาศดี ไม่ร้อน หรืออีกทางคือปั่นไปทางพาราไดส์รีสอร์ท โหดมาก

ที่พักมีหลายราคาตั้งแต่คืนละ 4-5 ร้อย ระดับกลางพันกว่าบาท จนถึงเป็นหมื่น หรือจะเอาคืนละเป็นแสนแบบที่โรนัลโด้เคยมาพักก็มี^^

พวกฝรั่งจะมาเช่าบ้านชาวบ้านหนีหนาวอยู่ยาว 3-6 เดือน ทุกรีสอร์ทจะมีจักรยานบริการ หรือไปหาเช่าในตลาด มีให้เช่าเยอะแยะ ราคาประมาณวันละ 200 ถือว่าแพงอยู่เมื่อเทียบกับมอเตอร์ไซค์วันละ 300 แต่ก็เป็นจักรยานใหม่ คุณภาพดี ยี่ห้อดัง ชมรมเสือหอบเกาะยาวคือชมรมจักรยานประจำเกาะ มีจักรยานให้เช่าเหมือนกัน ใครปั่นจักรยานไม่ได้ ขี่มอเตอร์ไซค์ไม่เป็น ก็มีรถกระบะรับจ้างเป็นแท็กซี่ แต่ราคาค่อยข้างแพง จากท่าเรือไปที่พักตกคนละ 100-150 บาท เหมารอบละ 500-600

เรือลงได้ทั้งจากกระบี่ และท่าเรือบางโรง ภูเก็ต ค่าสปิดโบ๊ทคนละ 200 นั่งครึ่งชัวโมงถึง เรือออกทุกชัวโมง เที่ยวสุดท้าย 5 โมงเย็น ถ้าใครมีรถพับก็เอาลงเรือมาได้ เขาไม่เก็บค่าสัมภาระเพิ่ม แต่ถ้าเป็นจักรยานพับไม่ได้แนะนำให้ขึ้นเรือหางยาวลำใหญ่ 120 บาท แต่ช้ากว่า

เรื่องอาหารการกินก็มีร้านอร่อยๆหลายร้าน ราคาพอๆกับร้านตามแหล่งท่องเที่ยวทั่วไป(คือแพงกว่าปกตินิดนึง) ร้านที่ดังที่สุดคือร้านโรตีชาวเกาะ มีโรตีหลายรสชาติ น้ำชากาแฟ คนจะแน่นช่วงค่ำๆ รอนานมาก
ร้านโรตีชาวเกาะ


วันเสาร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2556

บางกระเจ้า ปอดของกรุงเทพ ที่ปั่นจักรยานยอดนิยม ชมธรรมชาติร่มรื่นใกล้กรุง (20 ก.ม.)

บางกะเจ้าถือเป็นสถานที่ที่พลาดไม่ได้สำหรับชาวจักรยาน คือใครจะเริ่มปั่นจักรยานเที่ยว ต้องมาเริ่มปั่นที่นี่ก่อน เพราะมันเป็นแหล่งธรรมชาติใกล้กรุง ต้นไม้ยังครึ้มอยู่ การเดินทางก็สะดวก ทั้งปั่นมาเลย นั่งเรือข้ามฝั่งมา หรือเอาจักรยานใส่รถมาจอดต้นทาง
ใครอยากปั่นใกล้ๆก็มาหาที่จอดรถเอาปากทางเข้าเขตบางกะเจ้า แถวๆสวนสุขภาพคลองลัดโพธิ์(ใต้สะพานภูมิพล)มีที่จอดรถ หรือจะไปจอดในวัดแถวนั้นก็ได้ หรือใครอยากปั่นเยอะก็ลงจาก BTS วงเวียนใหญ่หรือกรุงธนบุรีก็ปั่นมาเลย แนะนำให้ปั่นเส้นใน คือถนนเจริญนคร รถน้อยกว่า ถนนดีกว่า ประมาณ 12 ก.ม.ก็ถึง(แผนที่)

ใครอยู่แถวพระราม 4 พระราม 3 ก็สามารถเอาจักกรยานข้ามมาทางเรือได้ที่วัดคลองเตยนอก(ค่าโดยสารคน+จักรยาน 20 บาท)ข้ามไปวัดบางกะเจ้านอก, ใครอยู่แถวฝั่งสุขุมวิท บางนา ไม่อยากอ้อม ลง BTS บางนา ก็ปั่นเข้าถนนสรรพาวุธ สุดที่วัดบางนานอก ข้ามไปวัดบางน้ำผึ้งนอกได้เลย(ค่าโดยสารคน+จักรยาน 10 บาท)  หรือข้ามที่ท่าเรือช่องนนทรี ขึ้นฝั่งที่บางกะเจ้าก็จะมีจักรยานเช่าบริการที่ท่าเรือด้วย หรือถ้าใครขับรถเข้าบางกะเจ้าไปจอดที่ตลาดน้ำบางน้ำผึ้งตรงลานจอดรถก็จะมีจักรยานให้เช่าเช่นกัน

ทริปนี้เราจอดรถที่สวนสุขภาพลัดโพธิ์ แล้วปั่นข้ามสะพานสู่เกาะบางกระเจ้า เราจะไม่ไปถนนใหญ่ จะวนรอบนอกของบางกะเจ้า เส้นทางร่มรื่นกว่า เลี้ยวขวาเข้าซอยเพชรหึงษ์ 10(วัดจากแดง) เลี้ยวซ้ายตามแผนที่ไป ผ่านสวนสาธารณะรกๆ ผ่านศูนย์เพาะชำ ต้องปั่นผ่านทางดิน มีทางแคบๆที่ต้องแบกจักรยานข้ามคลองสะพานไม้เล็กๆพอสนุก

เลาะตามสวนของชาวบ้านไปโผล่อีกที่ที่วัดบางกระสอบ เป็นวัดเก่าแก่อายุ 700 กว่าปี โบสถ์เก่าสวยงามมาก ออกจากวัดมาเป็นถนนใหญ่ ต้องคอยดูแผนที่ว่าตรงไหนจะแยกออกทางขวาเป็นทางปูนทะลุออกอีกซอยด้วย ทางปูนตรงนี้สวยมาก ห้ามพลาด

กองทัพต้องเดินด้วยท้องปั่นออกไปหาอะไรกินที่ตลาดบางน้ำผึ้งก่อน วันเสาร์-อาทิตย์ตลาดเปิดแต่เช้า ของกินเพียบ ถ้าไปช่วงคนไม่เยอะก็เข็นจักรยานเข้าไปในตลาดได้เลย ถ้าคนแน่นก็จอดล็อคไว้ข้างๆร้านให้เช่าจักรยาน ตรงที่จอดรถยนต์ 

กินเสร็จก็ปั่นกลับมาทางเดิม เข้าซอยหมู่บ้าน Otop ทางปูนเล็กๆในสวน พลาดก็ตกน้ำได้^^ แล้วออกไปชมวิวท่าเรือ





ก่อนจะปั่นไปทางปูนต่อไปที่โรงแรม Bangkok Tree House อันงดงาม (ตรงทางปูนมีป้ายบอกทางเยอะ) เขาให้เราขึ้นไปเยี่ยมชมในโรงแรมได้เลย เจอเพื่อนนักปั่นมาหยุดพักที่นี่เพียบ สั่งเครื่องดื่มเย็นๆมากินคลายร้อน(แตงโมปั่นแก้วละ 90 บาท) 

ออกจากโรงแรมก็วนไปบนทางปูนต่อไปยังวัดต่างๆก็จะไปถึงพิพิธภัณฑ์ปลากัด มีไกด์ตัวน้อยคอยให้ข้อมูล 

วนออกไปยังจุดเช็กอินอีกจุดคือสวนศรีนครเขื่อนขันธ์ มีทางเข้าหลายทางทั้งถนนใหญ่ และทางปูนเล็กๆ สวนใหญ่ๆแมกไม้เขียวครึ้มมีหอคอยเป็นจุดถ่ายรูป

ออกจากสวน ตามแผนที่เลี้ยวขวาแล้ววนซ้ายจะพาไปทางปูนในชุมชนชาวบ้าน ช่วงนี้ทางปูนยาวพอสมควรมีซอยตัดผ่านไปมาน่าหลงทางนัก ต้องคอยถามชาวบ้านว่าจะไปออกตรงวัดบางกะเจ้านอกไปทางไหน พอถึงวัดก็พักชมวิวริมน้ำสักครู่แล้วค่อยหาทางกลับออกมาทางซอยเพชรหึงษ์ 23 ให้ได้ ก็จะเข้าเส้นกลาง ทีนี้ก็กลับไปยังที่จอดรถ

แผนที่ปั่นจักรยานรอบนอกบางกะเจ้า
http://f.ptcdn.info/601/005/000/1369713249-6613936928-o.jpg